ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ส่วนราชการ
dot
bulletฝ่ายเตรียมการ
bulletฝ่าย ธก.กพ.
bulletฝ่ายสนับสนุน
bulletฝ่ายการเงิน
bulletหน่วยฝึก
bulletส่วนการศึกษา
dot
สถานศึกษาวิชาทหารในสังกัด
dot
bulletจ.นครนายก
bulletจ.ปราจีนบุรี
bulletจ.ฉะเชิงเทรา
bulletระเบียบและคำสั่ง
dot
ระบบ e-Learning
dot
bulletนศท.ชั้นปีที่ 1
bulletนศท.ชั้นปีที่ 2
bulletนศท.ชั้นปีที่ 3
bulletนศท.ชั้นปีที่ 4
bulletนศท.ชั้นปีที่ 5
dot
ดูภาพการฝึก(CCTV)admin
dot
bulletดูภาพการฝึก(CCTV)
bulletดูภาพการฝึกCCTV
bulletรวมภาพกิจกรรม




นศท.ชั้นปีที่ 2

 

ธนาคารข้อสอบ
หลักสูตรการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ ๒ ชาย
จงเลือกข้อที่ถูกที่สุดเพียง 1 ข้อ
วิชา การอ่านแผนที่และการใช้เข็มทิศ
. แผนที่ให้ข่าวสารอย่างถูกต้องแต่เกี่ยวกับเรื่อง
                ก. ระยะทาง , ที่ต่ำ , ความสูง , ภูมิประเทศ                                ข. ข้าศึก , กำลังพล
                ค. การปฏิบัติทางยุทธวิธี                                                  ง. ลสฟ้า , อากาศ
. สีที่ใช้บนแผนที่ มี 5 สี คือ
                ก. ดำ , แดง , เขียว ,เหลือง , น้ำตาล             ข. ดำ , แดง , ขาว , เขียว , ม่วง
                ค.   ดำ , แดง , เขียว , น้ำเงิน , เหลือง          ง. ดำ , แดง , น้ำเงิน , เขียว , น้ำตาล
. ชื่อระวางของแผนที่ มาตราส่วน 1 : 50,000 จะปรากฎอยุ่บริเวณใดบนแผนที่
                ก. มุมขวาบน                                                      ข. กึ่งกลางด้านบนและด้านล่าง
                ค. มุมซ้ายบน                                                      ง. กึ่งกลางด้านล่างและบนซ้าย
. หมายเลขระวางของแผนที่ มาตราส่วน 1 : 50,000 มีประโยชน์ คือ
                ก. ใช้ต่อตามสารบัญระวางติดต่อ                   ข. ให้ทราบว่ามีกี่แผ่น
                ค. บอกให้รู้ถึงสถานที่ของแผนที่                   ง. เพื่อขยายเป็นมาตราอื่นต่อไป
. มาตราส่วนเส้นบรรทัดใช้วัดระยะบนแผนที่ มีหน่วยวัด คือ
                ก. ไมล์ , เมตร , กิโลเมตร , หลา                   ข. ไมล์ , เมตร , หลา , เซนติเมตร
                ค. ไมล์ , เมตร , หลา , ไมล์ทะเล                  ง. ไมล์ , เมตร , หลา , ฟุต
. การวัดระยะบนแผนที่ เพื่อทราบระยะในภูมิประเทศมีหน่วยวัดเป็น
                ก. ไมล์                                                                 ข. เมตร
                ค. หลา                                                                 ง. ไมล์ทะเล
. การระวังรักษาแผนที่ หากจำเป็นต้องทำลาย ผท.วิธีที่ดีที่สุด คือ
                ก. ฉีกให้ละเอียด                                                ข. ฝังดิน
                ค. ส่งคืน                                                              ง. เผา
. เส้นกริดหมายถึง
                ก. หมู่เส้นที่ลากติดกัน                                      ข. หมู่เส้นตรงที่ลากติดกัน
                ค. เส้นกริดตั้งและเส้นกริดนอน                    ง. เส้นรุ้งและเส้นวง
. หมู่เส้นกริดที่ลากตัดกันเกิดเป็นรูปสี่เหลี่ยมเรียกว่า
                ก. สี่เหลี่ยมด้านเท่า                                           ข. สี่เหลี่ยมด้านเท่า
                ค. สามเหลี่ยมผืนผ้า                                          ง. สี่เหลี่ยมจัตุรัสกริด
๑๐. ทั้งกริดตั้งและกริดนอนจะมีตัวเลขกำกับอยู่ คือ
                ก. เลขหนึ่งตัว                                                     ข. เลขสองตัว
                ค. เลขสามตัว                                                      ง. เลขสี่ตัว
๑๑. การกำหนดจุดที่ตั้งในจัตุรัสกริดของจุดใดจุดหนึ่งจะใช้วิธีอ่านพิกัด คือ
                ก. อ่านไปทางขวาแล้วลงล่าง                          ข. อ่านไปทางซ้ายแล้วลงล่าง
                ค. อ่านไปทางขวาแล้วขึ้นบน                          ง. อ่านไปทางซ้ายแล้วขึ้นบน
๑๒. การอ่านพิกัดกริด UTM ถ้าอ่านใกล้เคียงระยะ 1,000 เมตร อ่านได้ คือ
                ก. อ่านเป็นตัวเลขได้ 4 ตัว                            ข. อ่านเป็นตัวเลขได้ 6 ตัว
                ค. อ่านเป็นตัวเลขได้ 8 ตัว                            ง. อ่านเป็นตัวเลขได้ 10 ตัว
๑๓. การอ่านพิกัดกริด UTM ถ้าอ่านใกล้เคียงระยะ 100 เมตร อ่านได้ คือ
                ก. อ่านเป็นตัวเลขได้ 4 ตัว                            ข. อ่านเป็นตัวเลขได้ 6 ตัว
                ค. อ่านเป็นตัวเลขได้ 8 ตัว                            ง. อ่านเป็นตัวเลขได้ 10 ตัว
๑๔. การอ่านพิกัดกริด UTM ถ้าอ่านใกล้เคียงระยะ 10 เมตร อ่านได้ คือ
                ก. อ่านเป็นตัวเลขได้ 4 ตัว                            ข. อ่านเป็นตัวเลขได้ 6 ตัว
                ค. อ่านเป็นตัวเลขได้ 8 ตัว                            ง. อ่านเป็นตัวเลขได้ 10 ตัว
๑๕. การใช้อักษรประจำจัตุรัสแสนเมตร ตัวอย่าง เช่น
                ก. 47 P                                                                                ข. NRP
                ค. PQ                                                                   ง. QQ 4
๑๖. การใช้เลขอักษรประจำเขตกริดโซน เช่น
                ก. 48 P                                                                               ข. NRP
                ค. PQ                                                                   ง. QQ 4
๑๗. การเขียนพิกัดที่สมบูรณ์ ตัวอย่าง เช่น
                ก. 48 P 4950                                                      ข. QP 4950
                ค. QPR 4950                                                    ง. 48 P QP 4950
๑๘. ข้อใดกล่าวถึง หมายเลขระวางของแผนที่ มาตราส่วน 1 : 50,000
                ก. 2 – RTSD                                                      ข. L – 7017
                ค. 47 P QR                                                      ง. 4837 II
๑๙. ข้อกล่าวถึง เลขลำดับชุดของ ผท.มาตราส่วน 1 : 50,000
                ก. 2 – RTSD                                                      ข. L – 7017
                ค. 47 P QR                                                      ง. 4837 II
๒๐. ปกติสีที่ใช้แทนสัญลักษณ์ส่วนที่มนุษย์สร้างขึ้นได้แก่
                ก.  สีดำ                                                                  ข. สีแดง
                ค. สีเขียว                                                              ง. สีน้ำเงิน
๒๑. เข็มทิศเลนเซติกมีส่วนประกอบสำคัญกี่ส่วน
                ก. สองส่วน                                                         ข. สามส่วน
. สี่ส่วน                                                               ง. ห้าส่วน
 
๒๒. ส่วนประกอบสำคัญของเข็มทิศเลนเซติก คือ
                ก. ฝาตลับ , ตัวเรือน , ก้านเล็ง                       ข. ฝาตลับ , ตัวเรือน , ครอบหน้าปัด
                ค. ฝาตลับ , ตัวเรือน , ห่วงถือ                        ง. ฝาตลับ , ตัวเรือน , แผ่นลูกศร
๒๓. ที่ฝาตลับเข็มทิศเลนเซติกมีส่วนประกอบสำคัย คือ
                ก. เส้นเล็ง                                                           ข. ดรรชนีสีดำ
                ค. ขีดพรายน้ำ                                                     ง. หัวลูกศร
๒๔. ครอบหน้าปัดเข็มทิศที่กรอบครอบหน้าปัดหมุมตั้งเข็มทิศในเวลากลางคืนได้ ๑ คลิ๊กจะเท่ากับ
                ก. 2 องศา                                                           ข. 3 องศา
                ค. 4 องศา                                                           ง. 5 องศา
๒๕. ที่แผ่นหัวลูกศรเข็มทิศจะบอกค่าของมุมอยู่ คือ
                ก. องศา , ลิบดา                                                 ข. องศา , ฟิลิบดา
                ค. องศา , มิลเลียม                                             ง. ลิบดา , ฟิลิบดา
๒๖. จำนวนองศาที่แผ่นหัวลูกศรเริ่มตั้งแต่ – ถึง องศา
                ก. 0 องศา – 90 องศา                                      ข. 0 องศา – 180 องศา
                ค. 0 องศา – 270 องศา                                  ง. 0 องศา – 360 องศา
๒๗. จำนวนมิลเลียมที่แผ่นหัวลูกศร เริ่มตั้งแต่ – ถึง มิลเลียม
                ก. 0 – 1,000 มิลเลียม                                      ข. 0 – 3,200 มิลเลียม
                ค. 0 – 4,800 มิลเลียม                                      ง. 0 – 6,400 มิลเลียม
๒๘. ที่ก้านเล็งมีส่วนสำคัญ คือ
                ก. ช่องบากก้านเล็ง , แว่นขยาย                      ข. เส้นเล็ง
                ค. ดรรชนีสีดำ                                                    ง. ขีดพรายน้ำ
๒๙. การจับถือเข็มทิศ ถ้าจับยกขึ้นเล็งหมายถึง
                ก. การเล็งเร่งด่วน                                              ข. การเล็งปราณีต
                ค. การเล็งละเอียด                                              ง. การเล็งผ่าน
๓๐. การจับถือแบบไม่ต้องยกขึ้นเล็ง หมายถึง
                ก. การเล็งเร่งด่วน                                              ข. การเล็งปราณีต
                ค. การเล็งละเอียด                                              ง. การเล็งผ่าน
๓๑. การทำให้แผ่นหัวลูกศรลอยตัวเป็นอิสระจะต้องยกก้านเล็งขึ้นประมาณ
                ก. 15 องศา                                                        ข. 45 องศา
                ค. 90 องศา                                                        ง. 180 องศา
๓๒. การอ่านค่าของมุมเป็นองศาหรือมิลเลียมนั้นจะดูจาก
                ก. เส้นเล็ง                                                                           ข. ขีดพรายน้ำ
                ค. เส้นดรรชนีคงที่สีดำ                                                    ง. ช่องบากที่ก้านเล็ง
 
๓๓. การเล็งเข็มทิศในเวลากลางคืนต้องตั้ง ๓ อย่างตรงกัน คือ
                ก. ดรรชนีสีดำ , เส้นเล็ง , หังลูกศร                              ข. ดรรชนีสีดำ , ขีดพรายน้ำ , หัวลูกศร
                ค. ดรรชนีสีดำ , มุมภาคทิศ , หัวลูกศร                         ง. ดรรชนีสีดำ , ขีดพรายน้ำ , มุมภาคทิศ
๓๔. การเดิรด้วยเข็มทิศเมื่อผ่านเครื่องกีดขวางมาโดยหักมุมแก ในเวลากลางวันปฏิบัติดังนี้
                ก. หักขวา + 15 องศา , หักซ้าย – 15 องศา               ข. หักขวา + 45 องศา , หักซ้าย – 45 องศา
                ค. หักขวา + 90 องศา , หักซ้าย – 90 องศา               ง. หักขวา + 180 องศา , หักซ้าย – 180 องศา
๓๕. การเดินทางด้วยเข็มทิศเมื่อผ่านเครื่องกีดขวางโดยหักมุมฉากในเวลากลางคืนปฏิบัติดังนี้
                ก. หักขวาขีดพรายน้ำทับ E ซ้ายทับ W                         ข. หักขวาขีดพรายน้ำทับ W ซ้ายทับ E
                ค. หักขวาขีดพรายน้ำทับ N ซ้ายทับ S                          ง. หักขวาขีดพรายน้ำทับ S ซ้ายทับ N
๓๖. การวางแผนที่ให้ถูกทิศโดยใช้เข็มทิศจะวางเข็มทิศดังนี้
                ก. ใช้ขอบเข็มทิศด้านตรงทับเส้นกริดนอน ข. ใช้ขอบเข็มทิศด้านตรงทับเส้นกริดตั้ง
                ค. ใช้หัวลูกศรทับเส้นกริดนอน                                      ง. ใช้หัวลูกศาทับเส้นกริดตั้ง
๓๗. เข็มทิศควรอยู่ห่างสิ่งต่าง ๆ ดังนี้ เช่น สายไฟฟ้าแรงสูง
                ก. 5 เมตร                                                           ข. 15 เมตร
                ค. 45 เมตร                                                         ง. 55 เมตร
๓๘. เข็มทิศควรอยู่ห่างปืนใหญ่สนาม , รถยนต์ , รถถัง ดังนี้
                ก. 2 เมตร                                                           ข. 10 เมตร
                ค. 18 เมตร                                                         ง. 55 เมตร
๓๙. เข็มทิศควรอยู่ห่างสายโทรศัพท์ , สายโทรเลขและลวดสนาม ดังนี้
                ก. 5 เมตร                                                           ข. 10 เมตร
                ค. 15 เมตร                                                         ง. 20 เมตร
๔๐. เข็มทิศควรอยู่ห่างปืนกล ดังนี้
                ก. 1 เมตร                                                           ข. 2 เมตร
                ค. 3 เมตร                                                           ง. 4 เมตรฃ
๔๑. เข็มทิศควรอยู่ห่างหมวกเหล็กหรือปืนเล็ก
                ก. 0.5 เมตร                                                       ข. 1 เมตร
                ค. 2 เมตร                                                           ง. 5 เมตร
๔๒. การเดินทางด้วยเข็มทิศเมื่อทรายระยะเป็นจำนวนเมตร แล้วจะปฏิบัติก่อนเคลื่อนที่ คือ
                ก. แปลงค่าระยะทางเป็นก้าว                          ข. กะระยะด้วยสายตา
                ค. คำนวณตามระยะกริด                                  ง. พิจารณาตามภูมิประเทศ
๔๓. ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเคลื่อนที่ด้วยเข็มทิศ คือ
                ก. ลม , ลาด                                                        ข. ทราย , โคลน , กรวด
                ค. หิมะ , ฝน , น้ำแข็ง                                     ง. ถูกทุกข้อ
 
๔๔. การแบ่งมุมองศาบนแผ่นลูกศร แบ่งดังนี้
                ก. ขีดละ ๓ องศา                                            ข. ขีดละ ๕ องศา
                ค. ขีดละ ๑๐ องศา                                          ง. ขีดละ ๑๕ องศา
๔๕. การแบ่งมุมมิลเลียมบนแผ่นลูกศรแบ่งดังนี้
                ก. ขีดละ ๕ มิลเลียม                                       ข. ขีดละ ๑๐ มิลเลียม
                ค. ขีดละ ๑๕ มิลเลียม                                    ง. ขีดละ ๒๐ มิลเลียม
๔๖. ที่ขอบด้านตรงของเข็มทิศมีมาตราส่วนเส้นบรรทัด คือ
                ก. 1 : 5,000                                                        ข. 1 : 50,000
                ค. 1 : 500,000                                                    ง. 1 : 5,000,000
๔๗. การเล็งมีช่องบาก ก้านเล็งจะทำหน้าที่ ดังนี้
                ก. ศูนย์หน้า                                                        ข. ศูนย์หลัง
                ค. ช่องเล็งหน้า                                                  ง. ช่องเล็งหลัง
๔๘. ที่ฝาตลับมีเส้นเล็ง จะทำหน้าที่ดังนี้
                ก. ศูนย์หน้า                                                        ข. ศูนย์หลัง
                ค. เส้นเล็งหน้า                                                   ง. เส้นเล็งหลัง
วิชา แบบธรรมเนียมทหาร
๔๙. ทหารส่วนหนึ่ง ที่ผู้บังคับบัญชาการจัดตั้งขึ้นเพื่อรักษาบุคคลสำคัญของประเทศ สถานที่และสิ่งของต่าง ๆ ของทางราชการ อยากทราบว่า เป็นหน้าที่ของส่วนใดในหน่วยทหาร
                ก. พลฯขับ                                                           ข. กองรักษาการณ์
                ค. นายทหารเวร                                                 ง. นายทหารเวรผู้ใหญ่
๕๐. กองรักษาการณ์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท
                ก. ๒ ประเภท                                                     ข. ๓ ประเภท                                                                   
. ๑๐ ประเภท                                                  ง. ๑๑ ประเภท
๕๑. ผู้มีอำนาจสูงสุดในการรักษาการณ์ภายใน คือใคร
                ก. ผบ.กองรักษาการณ์                                      ข. ผู้ช่วย ผบ.กองรักษาการณ์
                ค. นายยาม                                                          ง. นายเวร
๕๒. ผู้มีอำนาจตรวจระเบียบรักษาการณ์ได้ คือผู้ใด
                ก. นายยาม                                                          ข. นายทหารที่ได้รับมอบหมาย
                ค. พลทหาร                                                         ง. ทหารยาม
๕๓. ข้อใดบอกข้อแตกต่างระหว่าง “ เวร” กับ “ ยาม” ได้อย่างถูกต้องที่สุด
                ก. ยามถือปืน                                                                      ข. เวรมีแต่ดาบ
                ค. เวรต้องรายงานยามไม่ต้องรายงาน                           ง. ถูกทุกข้อ
 
๕๔. “ ขอบเขตแห่งพฤติกรรมอันนิยมเฉพาะกาลเทศะของบุคคลซึ่งได้แก่ ขนบธรรมเนียม ระเบียบ จารีต ประเพณี อันถูกต้องตามนิยมแห่งเวลาและสถานที่” จากคำกล่าวนี้เป็นนิยามในเรื่องใด
                ก. วินัยทหาร                                                                       ข. แบบธรรมเนียมทหาร
                ค. มารยาททหาร                                                                ง. กองรักษาการณ์
๕๕. ข้อใดอธิบาย “ จรรยามารยาท” ได้ชัดเจนและถูกต้องที่สุด
                ก. ลักษณะอาการที่แสดงออกภายนอก ต่อกฎระเบียบ ธรรมเนียม และความประพฤติต่อบุคคล 
เวลา และสถานที่
                ข. การเป็นผู้มีสติ รู้สึกตัวตลอดเวลา
                ค. การเป็นผู้มีวินัยดี
                ง. ลักษณะการแต่งกายเรียบร้อย
๕๖. ข้อใดคือผลร้ายของการขาดวินัยในหมู่ทหาร
                ก. ควบคุมง่าย                                                     ข. สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ดี
                ค. เกิดความสามัคคี                                           ง. กลายเป็นกองโจร เนื่องจากบัญชาการกันไม่ได้
๕๗. ข้อใดบ่งชี้ได้ว่า ทหารในหน่วยนั้น ๆ ขาดวินัย
                ก. มีจำนวนผู้ถูกลงโทษมาก                            ข. จำนวนทหารที่หนีมาก
                ค. มีจำนวนผู้ต้องการย้ายหน่วยมาก              ง. ถูกทุกข้อ
๕๘. วินัยทหาร คืออะไร ข้อใดอธิบายได้ชัดเจนที่สุด
                ก. การรับโทษทัณฑ์สถานใดสถานหนึ่ง
                ข. มีการหนีทหารจำนวนมาก
                ค. สิ่งที่ทหารจะต้องประพฤติ ตามแบบธรรมเนียนทหาร
                ง. ถูกทุกข้อ
๕๙. ข้อใดคือตัวอย่างของการกระทำผิดวินัยทหาร
                ก. พลทหาร ซื่อตรง ทหารความเคารพ ร.อ. ซื่อยิ่ง
                ข. จ่าเตือนใจ หลักเลี่ยง ละเลยตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
                ค. ร.ต.สมนึก ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด
                ง. นศท.ปลื้มใจ แต่งกายถูกระเบียบ
๖๐. ทัณฑ์ที่จะลงโทษ แก่ผู้กระทำความผิดต่อวินัยทหารแบ่งเป็นกี่ชนิด
                ก. ๕ ชนิด                                                          ข. ๖ ชนิด                                                                          
. ๗ ชนิด                                                          ง. ๘ ชนิด
๖๑. “ ผู้กระทำความผิดมีความผิด อันควรรับโทษสถานหนึ่งสถานใด มีเหตุอันควรปราณี” คือลักษณะการลงทัณฑ์ชนิดใด
                ก. จำขัง                                                                                                ข. กัก                                                                                    ค. ทัณฑกรรม                                                                      ง. ภาคทัณฑ์
 
วิชา กำลังพลสำรอง
๖๒. หน้าที่ของชายไทยคือ อะไร 
                ก. ป้องกันประเทศ                                                              ข. รักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติ
                ค. รับราชการทหาร                                                           ง. ชาติพัฒนาประเทศ
๖๓. บุคคลที่จะได้รับสัญชาติไทย ตามพระราชบัญญัติสัญชาติจะต้องเข้าเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้.-
                ก. เปลี่ยนสัญชาติจากสัญชาติไทย
. เกิดในราชอาณาจักรโดยบิดามีสัญชาติไทย
. เกิดนอกราชอาณาจักรโดยบิดามีสัญชาติไทย
. ถูกทั้งข้อ ข.และข้อ ค.
๖๔. ชายที่มีสัญชาติไทยมีอายุเท่าไหร่ต้องไปแสดงตัวเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน
                ก. อายุ ๑๗ ปี                                                                   ข. อายุย่าง   ๑๗ ปี
                ค. อายุ ๑๘ ปีบริบูรณ์                                                     ง.   อายุย่าง   ๑๘ ปี
๖๕. การนับอายุตาม ม.๔ และกฎกระทรวงฉบับที่ ๓   อายุครบบริบูรณ์นับอย่างไร
                ก. เกิดวันไหนเมื่อครบรอบวันเกิดคือครบปีบริบูรณ์
                ข. เกิดเดือนไหนเมื่อครบรอบเดือนคือครบปีบริบูรณ์
                ค. เกิด พ.ศ.ไหนไม่ว่าวันเดือนใดก็ตามเมื่อครบวันเดือนนั้นคือครบปีบริบูรณ์
                ง.   เกิด พ.ศ.ไหนไม่ว่าเดือนใดก็ตามเมื่อสิ้น พ.ศ.ที่เกิดนั้นคือครบปีบริบูรณ์
๖๖. การนับอายุตาม ม.๔ และกฎกระทรวงฉบับที่ ๓   วิธีนับอายุบุคคลไม่ปรากฏปีเกิดนับอย่างไร                            ก. ให้นายอำเภอสังเกตแล้วกำหนดอายุให้
                ข. เจ้าหน้าที่ตรวจร่างกายสอบถามเพื่อนใกล้เคียงว่าอายุเท่าใด
                ค. ให้แพทย์ตรวจร่างกายแล้วกำหนดอายุ
                ง. ให้นายอำเภอสอบถามเพื่อนบ้านประกอบการสังเกตร่างกายเพื่อกำหนดอายุ
๖๗. การนับอายุตาม ม.๔ และกฎกระทรวงฉบับที่ ๓   อายุย่างนับอย่างไร
                ก. เกิด พ.ศ.ใดไม่ว่าเดือนใดก็ตามเมื่อสิ้น พ.ศ.นั้นคือย่างเข้าปีต่อไป
                ข. เกิดวันใดของปีใดก็ตามเมื่อสิ้นวันนั้นของปีถัดไปคือย่างเข้าปีต่อไป
                ค. เกิดเดือนไหนของปีใดก็ตามเมื่อสิ้นเดือนนั้นของปีถัดไปคือย่างเข้าปีต่อไป
                ง. ไม่มีข้อถูก
๖๘. การนับอายุตาม ม.๔ และกฎกระทรวงฉบับที่ ๓ วิธีนับอายุเป็นคนชั้นปีใดนับอย่างไร 
                ก. ลงบัญชีทหารกองเกินแล้วเมื่อถือว่าเป็นทหารกองเกินใน พ.ศ.ใดคือเป็นคนชั้นปี พ.ศ.นั้น
                ข. ลงบัญชีทหารกองเกิน พ.ศ.๒๕๑๗ วันที่หรือเดือนใดก็ตามเป็นคนชั้นปี ๒๕๑๘
. ลงบัญชีทหารกองเกิน พ.ศ.ใดนับเป็นคนชั้นปีนั้น
. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข้อ ข
 
๖๙. ชายไทยเมื่ออายุครบกำหนดที่จะต้องลงทะเบียนทหารกองเกิน หากไม่สามารถไปลงด้วยตัวเองได้ ต้องให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้ไปแจ้งแทน หากไม่ไปเลยมีโทษอย่างไร 
                ก. จำคุก ๓ เดือน ปรับไม่เกิน ๓๐๐ บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ               
                ข. จำคุก ๑ เดือน ปรับไม่เกิน ๓๐๐ บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
                ค. จำคุก ๓ เดือน ปรับไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
                ง. จำคุก ๑ เดือน ปรับไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
๗๐. การลงบัญชีกองเกินให้ไปลงบัญชีที่อำเภอใด ?
                ก. ถ้าบิดามารดายังมีชีวิตอยู่ให้ไปลงที่อำเภอบิดามีภูมิลำเนา
                ข. ถ้าบิดาเสียชีวิตแล้วให้ไปลงบัญชีที่อำเภอมารดามีภูมิลำเนา
                ค. ถ้าเสียชีวิตแล้วทั้ง ๒ คนให้ไปลงบัญชีที่อำเภอผู้ปกครองมีภูมิลำเนา
                ง. ถูกทุกข้อ
๗๑ วิธีลงบัญชีทหารกองเกิน ผู้ขอลงบัญชียื่นใบแสดงตน (สด.๔๔ ขอที่หน่วยสัสดีอำเภอ)พร้อมหลักฐาน
                ก. บัตรประจำตัวประชาชน                                              ข. สูติบัตร
                ค. สำเนาทะเบียนบ้าน                                                       ง. ถูกทุกข้อ
๗๒จากข้อ ๗๒ เมื่อ นายอำเภอตรวจหลักฐานถูกต้อง และรับลงบัญชีทหารกองเกิน แล้ว จะออกใบสำคัญทหารกองเกินให้ ใบสำคัญทหารกองเกินนี้เรียกว่า อะไร 
                ก. สด.๕                                                                               ข. สด.๙
                ค. สด.๑๑                                                                            ง. สด.๓๕
๗๓การยกเว้นไม่ลงบัญชีทหารกองเกิน ผู้ที่ยกเว้นไม่ต้องลง ฯ ได้แก่
                ก. พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ หรือนักบวชศาสนาพุทธนิกาย จีน หรือ ญวน ที่มีสมณศักดิ์
                ข. บุคคลซึ่งไม่มีคุณวุฒิที่จะเป็นทหารได้ซึ่งกำหนดไว้ใน(ม.๑๓(๓)กฎกระทรวงฉบับที่ ๔๕)
                ค. บุคคลต่างด้าว
                ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข้อ ข.
๗๔การรับหมายเรียก ทหารกองเกินเมื่ออายุเท่าใดต้องไปขอรับหมายเรียกที่อำเภอภูมิลำเนาทหารของตนและจะต้องไปภายใน พ.ศ.นั้น ( ภายใน ๓๑ ธ.ค.)
                ก. อายุย่าง ๒๑ ปี                                                               ข. อายุ ๒๑ ปี บริบูรณ์
                ค. อายุ ๒๐ ปี บริบูรณ์                                                      ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข้อ ค.
๗๕. บุคคลที่ได้รับการผ่อนผันคือใคร ?
                ก. นักเรียนโรงเรียนเตรียมทหารของกระทรวงกลาโหม
                ข. ผู้ที่อยู่ในระหว่างศึกษาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (ม.๒๙(๓))
                ค. นักศึกษาของศูนย์กลางอบรมการศึกษาผู้ใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ
                ง. นักศึกษาของศูนย์ฝึกการบินพลเรือนของกระทรวงคมนาคม
 
 
๗๖. เดือนใดจะเริ่มตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ 
                ก. มีนาคม                                                                           ข. พฤษภาคม
                ค. เมษายน                                                                          ง. ตุลาคม
๗๗. ทหารกองเกินที่ได้รับหมายเรียกแล้วแต่ไม่ได้ไปรายงานตัว หรือไปรายงานตัวแล้วแต่หลีกเลี่ยงไม่อยู่จนการตรวจเลือกแล้วเสร็จ ถือว่ากระทำผิดกฎหมาย ม.๒๗ มีโทษอย่างไร 
                ก. จำคุกไม่เกิน ๑ ปี                                                         ข. จำคุกไม่เกิน ๒ ปี
                ค. จำคุกไม่เกิน ๓ ปี                                                        ง. จำคุกไม่เกิน ๔ ปี
๗๘. ข้าราชการซึ่งได้รับคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยปัจจุบันทันด่วน ให้ไปราชการอันสำคัญยิ่งหรือไปราชการต่างประเทศโดยคำสั่งเจ้ากระทรวง ข้าราชการดังกล่าวนี้ได้รับสิทธิอะไร 
                ก. ผ่อนผันชั่วคราวไม่ต้องมารับการตรวจเลือก           ข. ยกเว้นไม่ต้องรับหมายเรียก
                ค. ผ่อนผันการรับราชการทหาร                                     ง. ยกเว้นไม่เรียกเข้ากองประจำการยามปกติ
๗๙. การขอผ่อนผันชั่วคราวของนักเรียนซึ่งออกไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศโดยได้รับอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทย ต้องขอผ่อนผันต่อนายอำเภอภูมิลำเนาทหารและต้องใช้หลักฐานดังนี้.-
                ก. คำร้องขอผ่อนผัน                                                         ข. สำเนาทะเบียนบ้าน
                ค. สำเนาใบสำคัญทหารกองเกิน ( สด.๙ )                  ง.   ถูกทุกข้อ
๘๐. การร้องทุกข์ในการตรวจเลือก ถ้าผู้ที่เข้ากองประจำการแล้ว เห็นว่าคณะกรรมการตัดสินไม่ถูกต้องหรือไม่ยุติธรรมก็สามารถร้องทุกข์กับใครโดยตรง  แล้วต้องเข้ากองประจำการเสียก่อนจนกว่าจะได้รับคำตัดสิน
                ก. สัสดีอำเภอ                                                                     ข. นายอำเภอ
                ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด                                                       ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๘๑. การร้องขอเข้ากองประจำการ กระทำได้เมื่อไร ?
                ก. ก่อนวันตรวจเลือก                                                         ข. ในวันตรวจเลือก
                ค. หลังตรวจเลือกแล้วไม่ได้รับเลือก                               ง. ถูกทุกข้อ
วิชาการข่าวเบื้องต้น
๘๒. ข่าวสารทางทหารหมายถึง
.ข่าวสารที่ได้จากประชาชน และนักศึกษา
.ข่าวสารที่ได้จากหมู่นักศึกษา
.เอกสารภาพถ่าย สภาพวัตถุ แผนที่ การตรวจการณ์
.ข่าวที่ได้จากแหล่งชุมชนทั่วไป
๘๓. ข่าวกรองทางทหาร หมายถึง
.การรวบรวม จัดระเบียบวิเคราะห์ ประเมินค่าเกี่ยวกับ ขศ.
.ข่าวกรองทางการขนส่ง และโทรคมนาคม               
.ข่าวกรองภูมิศาสตร์ทางทหาร
.ข่าวกรองทางสังคมจิตวิทยา และปัจจัยประชาชน
 
๘๔. มาตราการต่อต้านข่าวกรองมีกี่ประเภท
                ก.   ๑   ประเภท                                  ข.   ๒ ประเภท
                ค.   ๓ ประเภท                                  ง.   ๔ ประเภท
๘๕. ข่าวที่ ผบช.ต้องการสำหรับวางแผนทางยุทธวิธีในเรื่องของ ขศ.,ลมฟ้าอากาศ,และภูมิประเทศ เป็นข่าวกรองประเภทใด
.ข่าวสารทางทหาร                            ข. ข่าวกรองทางทหาร
.ข่าวกรองการรบ                               ง. ข่าวกรองทางยุทธศาสตร์
๘๖. หลักการรายงานประกอบด้วยข้อใด 
.   รวดเร็ว,ถูกต้อง,สมบูรณ์                            ข. ความแน่นอน,ถูกต้อง
. การรายงานด้วยวาจา,โทรศัพท์                  ง. รวดเร็ว,เชื่อถือได้
๘๗. ข่าวกรองที่เกี่ยวข้องกับขีดความสามารถ,จุดอ่อน และหนทางปฎิบัติของต่างชาติ คือข่าวกรองชนิดใด
. ข่าวสารทางทหาร                                         ข. ข่าวกรองทางทหาร
. ข่าวกรองการรบ                                            ง. ข่าวกรองทางยุทธศาสตร์
๘๘. ข่าวกรองที่ได้จากการรวบรวม,จัดระเบียบ,วิเคราะห์,ประเมินค่าและตีความคือข่าวกรองชนิดใด
. ข่าวสารทางทหาร                                         ข. ข่าวกรองทางทหาร
. ข่าวกรองการรบ                                            ง. ข่าวกรองทางยุทธศาสตร์
๘๙. อิทธิพลของสภาพแวดล้อมทางการยุทธที่มีผลต่อการข่าวกรองคือข้อใด
. ภารกิจของ ผบช.                                          ข. วิธีการขนย้ายหน่วยทหาร
. ท่าทีฝ่ายตรงข้าม                                           ง. ถูกทุกข้อ
๙๐. หลักพื้นฐานงานด้านข่าวกรองมีดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
.    ข่าวกรองต้องมีประโยชน์
.    ข่าวกรองไม่จำเป็นต้องมีมาตราการรักษาความปลอดภัย
                .   ข่าวกรองต้องทันเวลา
              ง.   ข่าวกรองต้องมีการอ่อนตัว
๙๑.ข่าวกรองการรบที่ผู้บังคับบัญชาต้องการทราบก่อนการตกลงใจการปฏิบัติทางยุทธวิธีมีอะไรบ้าง
.   ลมฟ้าอากาศ , ภูมิประเทศ , ยุทโธปกรณ์
. ลมฟ้าอากาศ , ภูมิประเทศ , ข้าศึก          
 ค. ลมฟ้าอากาศ , ภูมิประเทศ , การปฏิบัติ
ง    .ลมฟ้าอากาศ , ภูมิประเทศ , ขีดความสามารถ
๙๒. มาตราการที่จะมุ่งปกปิดข่าวสารจากข้าศึก การรักษาความลับและการรักษาความปลอดภัยเป็นมาตราการใด
                ก.   มาตราการเชิงรุก                                                         ข.   มาตราการเชิงรับ
                ค.   มาตราการซ้อนพราง                                                  ง.   มาตรการกำลัง
 
 
๙๓. การรักษาความปลอดภัยตามระเบียบการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ
                ก.   บุคคล , อาวุธยุทโธปกรณ์ , เอกสาร                       ข.   บุคคล , เอกสาร , สถานที่
                ค. บุคคล , อาวุธยุทโธปกรณ์ , สถานที่                         ง.   เอกสาร , สถานที่ , ยุทธภัณฑ์
๙๔. การรักษาความปลอดภัยว่าด้วยการกำหนดชั้นความลับของทางราชการ แบ่งออกเป็นกี่ชั้น
.    ๓     ชั้น                                                                      ข.    ๔    ชั้น
.   ๕     ชั้น                                                                       ง.    ๖     ชั้น
๙๕. ข่าวที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือทางวัตถุที่ชาตินั้นๆใช้ทำสงคราม ขนาด การจัดหน่วย ความสำเร็จทางยุทธวิธี และการปฏิบัติทางยุทธศาสตร์
                ก. ข่าวกรองภูมิศาสตร์ทางทหาร                                     ข. ข่าวกรองทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
                ค. ข่าวกรองทางเศรษฐกิจ                                                 ง. ข่าวกรองกิจการทหาร
๙๖. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
                ก. ข่าวกรองทางยุทธศาสตร์ใช้เวลานานในการค้นคว้าวิจัย      
. ข่าวกรองการรบใช้เพื่อชิงความได้เปรียบ
                ค. ข่าวกรองทางยุทธศาสตร์เกี่ยวกับสภาพพื้นที่การรบ   
              ง. ถูกทั้ง ก. และ ข.
๙๗. ข่าวที่สัมพันธ์กันระหว่างข่าวกรองทางยุทธศาสตร์และข่าวกรองการรบคือ
                ก. ข่าวกรองทำเนียบกำลังรบ                                            ข. ข่าวกรองเกี่ยวกับประวัติบุคคล
                ค. ข่าวกรองทางการขนส่งและโทรคมนาคม                ง. ข่าวกรองทางเศรษฐกิจ 
๙๘. ข่าวกรองที่ผลิตขึ้นเพื่อความมุ่งหมายทางยุทธศาสตร์แต่ใช้ประโยชน์ได้ทางยุทธวิธีคือ
                ก. ข่าวกรองการรบ                                                         
                ข. ข่าวกรองทางเทคนิค
                ค. ข้อพิจารณาเกี่ยวกับเมือง สังคมจิตวิทยา เศรษฐกิจ และการทหาร  
. ข่าวกรองลมฟ้าอากาศ
๙๙. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
                ก. ข่าวกรองทางยุทธศาสตร์ใช้ จนท.มาก ใช้เวลาน้อย            
. ข่าวกรองทางยุทธศาสตร์ใช้เวลาวิจัยมากและ จนท.มาก
                ค. ข่าวกรองการรบใช้ทำสงครามหรือปฏิบัติตามแผนทางทหารและแผนการยุทธ
                ง. ถูกทุกข้อ
๑๐๐. มาตรการต่อต้านข่าวกรองเชิงรุกได้แก่
                ก. ปกปิดข่าวสาร                                                 ข. ควบคุมการเคลื่อนย้าย
                ค. ต่อต้านทางอิเล็กทรอนิค                                               ง. ต่อต้านการ ลว.
๑๐๑. คุณลักษณะของข่าวกรอง ได้แก่
                ก. ข่าวกรองต้องตกลงใจ                                                   ข. ข่าวกรองต้องอ่อนไหว
                ค. ข่าวกรองต้องทันเกมส์                                                  ง. ข่าวกรองต้องทันเวลา
๑๐๒. อิทธิพลสิ่งแวดล้อมทางการยุทธที่มีผลต่อการปฏิบัติงานด้านข่าวกรองคือ
                ก. วิธีการขนย้ายหน่วยของข้าศึก                                     ข. ภารกิจของข้าศึก
                ค. กำลังฝ่ายเราที่มีอยู่                                                         ง. ท่าทีของข้าศึก
๑๐๓. มาตรการรักษาความปลอดภัยข่าวกรองได้แก่
                ก. ไม่เปิดเผยแหล่งข่าว                                                     
. จนท. ดำเนินกรรมวิธีปกปิดข่าวสารและข่าวกรองของตน
                ค. การแลกเปลี่ยนข่าวสารควรส่งข่าวสารให้ทราบแม้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่    
                ง. ผิดทุกข้อ
๑๐๔. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
                ก. ปฏิบัติงานด้านข่าวกรองก่อนแล้วจึงต่อต้านข้าวกรอง
                ข. การปฏิบัติงานด้านข่าวกรองต้องควบคู่ไปกับการต่อต้านข่าวกรอง
                ค. ต่อต้านข่าวกรองเสียก่อนและจึงปฏิบัติงานด้านข่าวกรอง
                ง. ทั้ง ๒ ภารกิจ กระทำหลังจากตรวจสอบประวัติบุคคล
๑๐๕. แผนที่และแผนผังผลิตขึ้นเพื่อ
                ก. ผลิตสำหรับประโยชน์ทางยุทธวิธีแต่ใช้ในทางยุทธศาสตร์
                ข. ผลิตสำหรับประโยชน์ทาง ยุทธศาสตร์แต่ใช้ในทางยุทธวิธี
                ค. ผลิตเพื่อประโยชน์ต่อผู้บังคับหน่วยในการปฏิบัติทางยุทธวิธี
                ง. ข้อ ข.และ ค. ถูก
๑๐๖. การพิจารณาบุคลิกลักษณะของ นายกฯ ของประเทศต่าง ๆ จัดเป็นข่าวกรองประเภทใด
                ก. ข่าวกรองทางยุทธวิธีในด้านข่าวกรองประวัติบุคคล
                ข. ข่าวกรองทางยุทธศาสตร์ในด้านข่าวกรองประวัติบุคคล
                ค. ข่าวกรองทางยุทธศาสตร์ในด้านข่าวกรองการเมือง
                ง. ข่าวกรองทางยุทธศาสตร์ในด้านข่าวกรองการเมืองและประวัติบุคคล
๑๐๗. ข่าวกรองทางยุทธศาสตร์ประกอบด้วยประเภทต่าง ๆ กี่ประเภท
                ก. ๕ ประเภท                                                      ข. ๖ ประเภท
                ค. ๗ ประเภท                                                      ง. ๘ ประเภท
๑๐๘. ข้อใดกล่าวผิด
                ก. ข่าวสารคือข้อมูลที่แน่นอน/ไม่,ยืนยัน/ไม่ และเป็นวัสดุในการผลิตข่าวกรอง
                ข. ข่าวสารคือข้อมูลที่แน่นอน,ยืนยัน และเป็นวัสดุในการผลิตข่าวกรอง
                ค. ข่าวกรองทางทหารคือข่าวที่รวบรวม/ประเมินค่า/ตีความเพื่อประมาณสถานการณ์วางแผนการยุทธ
                ง. ข่าวกรองทางทหารมิใช่เป็นวัสดุในการผลิตข่าวสาร
๑๐๙. นายทหารข่าวกรองของหน่วยในระดับกองพันได้แก่
                ก. ฝอ. ๒                                                              ข. ฝอ. ๓
                ค. ฝอ. ๔                                                               ง. ฝอ. ๕
๑๑๐. การรักษาความปลอดภัยว่าด้วยการกำหนดชั้นความลับของทางราชการปี พ.ศ. ๒๕๔๔ แบ่งออกเป็นกี่ชั้น
.   ๓     ชั้น*                                                                     ข.    ๔    ชั้น
.   ๕     ชั้น                                                                       ง.    ๖     ชั้น
๑๑๑. เหตุใดจึงต้องมีการศึกษาเรื่องการข่าว
                ก. การปฏิบัติการรบต้องมีการวางแผน
                ข. การป้องกันประเทศจำเป็นต้องทราบความเคลื่อนไหวเพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์
                ค. สภาพพื้นที่การรบมีผลต้อความสำเร็จของภารกิจ
                ง. ถูกทุกข้อ
วิชา ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑
๑๑๒.ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับการทำงานของ ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑
                ก. การเลื่อนลำกล้องออกและเข้า                               ข. การถอยหลังของลำกล้องปืน
                ค. ทำงานด้วยแก๊ส                                                         ง. ทำงานด้วยส่วนเคลื่อนที่
๑๑๓. ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ มีขนาดกว้างปากลำกล้อง ๕.๕๖ มม. ซึ่งตรงกับคำตอบข้อใด
                ก. .๓๓๒ นิ้ว                ข. .๒๒๓ นิ้ว                         ค. .๒๓๒ นิ้ว                               ง. ผิดทุกข้อ
๑๑๕. ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ ป้อนกระสุนด้วยซองกระสุน ชนิดซองสั้นและซองยาว ทั้ง ๒ แบบ
บรรจุกระสุนได้กี่นัด
                ก. ๒๐ และ ๒๕ นัด   ข. ๒๐ และ ๓๐ นัด              ค. ๒๐ และ ๔๐ นัด        ง. ๓๐ และ ๔๐ นัด
๑๑๕. ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ เป็นอาวุธที่ยิงด้วยการประทับบ่า ถ้าต้องการให้เกิดความแม่นยำเมื่อยิงในหลุมบุคคล จะต้องปฏิบัติอย่างไร
                ก. ติดกล้องเล็ง             ข. สวมขาทราย                      ค. วางพาดขอบหน้าต่าง   ง.วางบนขอนไม้
๑๑๖. ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ เมื่อไม่สวมซองกระสุนและสายสะพายปืน มีน้ำหนักเท่าไร
                ก. ๕.๖ ปอนด์              ข. ๗.๖ ปอนด์                        ค. ๖.๗ ปอนด์                 ง. ๖.๕ ปอนด์
๑๑๗. ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑   มีเครื่องเล็ง คือ ศูนย์หน้าและศูนย์หลัง ข้อใดกล่าวถูกดต้อง เกี่ยวกับเครื่องเล็งของ ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑
                ก. ศูนย์หน้าปรับทางทิศได้                                          ข. ศูนย์หน้าปรับทางทิศและทางระยะได้
.ศูนย์หน้าปรับทางระยะได้                                       ง. ศูนย์หลังปรับทางระยะได้
๑๑๘.ในเวลา ๑ นาที ทหารสามารถยิงปืน ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ โดยไม่หวังผลต่อเป้าหมายได้กี่นัด
                ก. ๖๐๐–๗๐๐ นัด/นาที                                                 ข. ๗๐๐–๘๐๐ นัด/นาที                                         
                ค. ๔๐๐–๕๐๐ นัด/นาที                                                ง.๕๐๐–๖๐๐ นัด/นาที
๑๑๙. วัตถุประสงค์ของการเรียนอาวุธศึกษาเพื่อยิงปืนให้ถูกเป้าหมาย การที่ยิงปืนให้ถูกเป้าหมายจะต้องมีองค์ประกอบอย่างไร
                ก. ท่ายิงดี                                                                         ข. การเล็งดี                                                                                ค. การลั่นไกดี                      ง. ถูกทุกข้อ
๑๒๐. ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ มีระยะยิง ๒ ระยะ คือระยะยิงไกลสุด และระยะยิงหวังผล    ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระยะยิงไกลสุดของ ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑
                ก. ๒,๕๖๓ เมตร                                                          ข. ๓,๖๕๒ เมตร                                                                     ค. ๒,๖๕๓ เมตร                                                         ง. ๓,๕๖๓ เมตร
๑๒๑. ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ มีขนาดกว้างปากลำกล้อง ๕.๕๖ มม. ใช้กระสุนขนาด ๕.๕๖ มม.X ๔๕ มม.อยากทราบว่ากระสุนที่ใช้ยิงมีกี่ชนิด
                ก. ๒ ชนิด                                                                      ข. ๓ ชนิด                                                                                  ค. ๔ ชนิด                             ง. ๕ ชนิด
๑๒๒. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระยะยิงหวังผลของ ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑
                ก. ๔๖๐ เมตร                                                                  ข. ๕๐๐ เมตร                                                                           ค. ๓๖๐ เมตร                       ง. ๔๐๐ เมตร
๑๒๓. ในการเรียนอาวุธศึกษาจะต้องเรียนรู้เรื่องการถอดประกอบอาวุธ การถอดประกอบปกติเป็นหน้าที่ของผู้ใด
                ก. ผู้ใช้อาวุธ                                                                    ข. พลทหาร                                                                               ค. เจ้าหน้าที่อาวุธ                                                         ง. ข้อ ก และ ข ถูก
๑๒๔. การถอดประกอบ ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษา,แก้ไขเหตุติดขัด และทำความสะอาดอาวุธ แบ่งเป็นกี่ประเภท
                ก. ๑ ประเภท                                                                  ข. ๒ ประเภท                                                                           ค. ๓ ประเภท                      ง. ๔ ประเภท
๑๒๕. ศูนย์หน้า ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑     สามารถปรับทางระยะได้ โดยปรับเป็น คลิ๊ก        เมื่อปรับศูนย์หน้า ๑ คลิ๊กมีค่า เท่าไร  
                ก. ๒.๕ ซม.                                                                   ข. ๒.๔ ซม.                                                                              ค.๒.๘ ซม.                          ง. ๓ ซม.                      
๑๒๖. ศูนย์หลังของ ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ เป็นแบบ ศูนย์กระดก มี ๒ ช่องเล็ง ถ้าผู้ใช้เล็งด้วยช่องเล็งเล็ก ใช้เล็งยิงระยะเท่าไร
                ก. ๑๐๐–๓๐๐ เมตร                                                      ข. ๐–๓๐๐ เมตร                                                                       ค.๓๐๐–๕๐๐ เมตร                                                         ง. ๔๐๐–๖๐๐ เมตร
๑๒๗. ศูนย์หลังของ ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ ถ้าผู้ยิงใช้ช่องเล็งรูใหญ่ ใช้เล็งยิงระยะเท่าไร
                ก. ๑๐๐–๓๐๐ เมตร                                                      ข. ๐–๓๐๐ เมตร                                                                                       ค. ๓๐๐–๕๐๐ เมตร                                                                                       ง. ๔๐๐–๖๐๐ เมตร
๑๒๘. ศูนย์หลัง ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ สามารถปรับทางทิศได้ ถ้าปรับ ๑ คลิ๊ก จะมีค่าเท่าไร
                ก. ๒.๕ ซม.                                                                    ข. ๒.๔ ซม.                                                                              ค. ๒.๘ ซม.                        ง. ๓ ซม.
 
๑๒๙. การจับถืออาวุธ จะต้องระลึกเสมอว่า มีกระสุนอยู่ในรังเพลิง ๑ นัดเสมอ ผู้ใช้จะต้องตรวจความปลอดภัยอาวุธเสียก่อน ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการตรวจอาวุธ
                ก. ถอดซองกระสุนปืนออก                                         ข. เปิดลูกเลื่อนค้างไว้                                                              ค. ตรวจดูในรังเพลิง                                                         ง. ถูกทุกข้อ
๑๓๐. ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ เป็นอาวุธประจำกายที่มีน้ำหนักเบา   อยากทราบว่าปืนเมื่อบรรจุกระสุน ๒๐ นัด พร้อมสายสะพาย หนักเท่าไร
                ก. ๖.๕ ปอนด์                                                               ข. ๗.๖ ปอนด์                                                                           ค. ๖.๗ ปอนด์                      ง.๕.๖ ปอนด์
๑๓๑. การบำรุงรักษาและทำความสะอาดปืน มีวัตถุประสงค์เมื่อนำไปใช้แล้ว ขออย่าให้ปืนเกิดเหตุติดขัด และเมื่อทำการยิงขอให้ถูกเป้าหมาย สำหรับ ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ มีส่วนสำคัญที่จะต้องทำความสะอาด คืออะไร
                ก.ภายในลำกล้องปืน                                                     ข.ชุดโครงนำลูกเลื่อน                                                             ค. ส่วนภายนอกปืน                                                         ง. ข้อ ก และ ข ถูก
วิชา ค.ขนาด ๔๐ มม.เอ็ม ๒๐๓
๑๓๒.ค.ขนาด ๔๐ มม.เอ็ม ๒๐๓ ที่ศึกษาในชั้นปีที่ ๒ นี้ ประกอบติดกับ ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ เป็นอาวุธประเภทอะไร
                ก. ประจำกาย                                                                  ข. ประจำหน่วย                                                                      ค. ประจำหมวด                 ง. อาวุธเพื่อความมุ่งหมายพิเศษ
๑๓๓. ค.เอ็ม ๒๐๓ ทำการยิงแบบใด
                ก. ทีละนัด                                                                       ข. เป็นชุด                                                                                ค. กึ่งอัตโนมัติ                    ง. ทีละนัดและเป็นชุด
๑๓๔. ค.เอ็ม ๒๐๓ ป้อนกระสุนแบบใด
             ก.ซองกระสุน                                                                                                                             ข. สายกระสุน                                                                                                ค. ด้วยมือทีละนัด                                                                        ง. คลิ๊ปกระสุน
๑๓๕. ค.เอ็ม ๒๐๓ เมื่อยิงถูกเป้าหมายแล้วมีรัศมีระเบิดเท่าไร
                ก. ๑ เมตร                                                                        ข. ๓ เมตร                                                                                               ค. ๕ เมตร                ง. ๑๐ เมตร
๑๓๖. ค.เอ็ม ๒๐๓ มีชิ้นส่วนของตัวเครื่องยิงที่ประกอบติดกับ ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ มีกี่ชิ้นส่วน
                ก. ๔ ชิ้นส่วน                                                                 ข. ๕ ชิ้นส่วน                                                                                        ค. ๖ ชิ้นส่วน                                             ง. ๒ ชิ้นส่วน
๑๓๗. น้ำหนักของ ค.เอ็ม ๒๐๓ หนักเท่าใด
                ก. ๓ ปอนด์                                                                     ข. ๓.๕ ปอนด์                                                                                        ค. ๑๑ ปอนด์                                                ง. ๑๐ ปอนด์
 
 
๑๓๘. น้ำหนักพร้อมยิงของ ค.เอ็ม ๒๐๓ รวม ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ หนักเท่าใด
                ก. ๓ ปอนด์                                                                             ข. ๓.๕ ปอนด์                                                                                ค. ๑๑ ปอนด์                                                ง. ๑๐ ปอนด์
๑๓๙. ค. เอ็ม ๒๐๓ มีการทำงานอย่างไร
                ก. ถอยหลังของลำกล้อง                                                      ข. ถอยหลังของส่วนเคลื่อนที่                                                    ค. ด้วยการเลื่อนลำกล้องออกและเข้า            ง. ด้วยแก๊ส
๑๔๐. ค.เอ็ม ๒๐๓ มีระยะยิงไกลสุดประมาณเท่าไร
                ก. ๕๐๐ เมตร                                                                          ข. ๔๐๐ เมตร                                                                                  ค. ๓๕๐ เมตร       ง. ๑๕๐ เมตร
๑๔๑. ค.เอ็ม ๒๐๓ มีระยะยิงหวังผลต่อเป้าหมายเป็นจุดเท่าไร
                ก. ๕๐๐ เมตร                                                                          ข. ๔๐๐ เมตร                                                                                  ค. ๓๕๐ เมตร       ง. ๑๕๐ เมตร
๑๔๒. ค.เอ็ม ๒๐๓ มีระยะยิงหวังผลต่อเป้าหมายเป็นพื้นที่เท่าไร
                ก. ๕๐๐ เมตร                                                                          ข. ๔๐๐ เมตร                                                                                  ค. ๓๕๐ เมตร       ง. ๑๕๐ เมตร
๑๔๓. ค.เอ็ม ๒๐๓ มีเครื่องเล็งกี่แบบ
                ก. ๒ แบบ                                                                               ข. ๓ แบบ                                                                                        ค. ๔ แบบ                ง. ๕ แบบ
๑๔๔. ค.เอ็ม ๒๐๓ ถอดประกอบปกติได้กี่ชิ้นส่วน
                ก. ๖ ชิ้นส่วน                                                                          ข. ๕ ชิ้นส่วน                                                                                ค. ๓ ชิ้นส่วน                                             ง. ๒ ชิ้นส่วน
๑๔๕. กระสุน ค.เอ็ม ๒๐๓ ที่กระสุนมีหัวสีทองคือกระสุนชนิดใด
            ก. ซ้อมรบ                                                                                   ข. ฝึกหัดบรรจุ                                                                ค. เจาะเกราะ                   ง. ระเบิด
๑๔๖. ค.เอ็ม ๒๐๓ ระยะที่ห้ามทำการยิงต่ำสุด สำหรับในการฝึก คือระยะเท่าใด
            ก. ๑๐๐ เมตร                                                                              ข. ๙๐ เมตร                                                                     ค. ๘๐ เมตร                    ง. ๗๐ เมตร
๑๔๗. ค.เอ็ม ๒๐๓ ระยะที่ห้ามทำการยิงต่ำสุด สำหรับการยิงในการรบ คือระยะเท่าใด
            ก. ๒๑ เมตร                                                                                ข. ๓๑ เมตร                                                                    ค. ๔๑ เมตร                    ง. ๕๑ เมตร
๑๔๘. กระสุน ค.เอ็ม ๒๐๓ มีกี่ชนิด
          ก. ๔ ชนิด                                                                          ข. ๕ ชนิด                                                                ค. ๖ ชนิด                                            ง. ๗ ชนิด
 
๑๔๙. ข้อใดไม่ใช่ เป็นกระสุนของ ค.เอ็ม ๒๐๓                        
            ก. ลูกปราย                                                                                  ข. ส่องวิถี                                                                        ค. ส่องแสง                       ง. ควัน
๑๕๐. กระสุนของ ค.เอ็ม ๒๐๓ ที่ถูกต้องคือข้อใด
            ก. ธรรมดา                                                                                  ข. ส่องวิถี                                                                        ค. ซ้อมรบ                         ง. ซ้อมยิง
๑๕๑. การจับปืนสำหรับทำการยิงของ ค. เอ็ม ๒๐๓ มีกี่ลักษณะ
          ก. ๑ ลักษณะ                                                                      ข. ๒ ลักษณะ                                                                         ค. ๓ ลักษณะ                                     ง. ๔ ลักษณะ 
วิชา บุคคลทำการรบในเวลากลางวัน
๑๕๒.   การเคลื่อนที่ผ่านเครื่องกีดขวางลวดหนามในเวลากลางวัน กระทำได้กี่วิธี
                ก.   ๑   วิธี                                                                            ข.   ๒   วิธี
                ค.   ๓   วิธี                                                                           ง.   ๔   วิธี
๑๕๓.   การเคลื่อนที่ผ่านเครื่องกีดขวางลวดหนาม วิธีการที่ดีที่สุดคือ
                ก.   การก้าวข้ามลวดหนาม                                               ข.   การลอดใต้ลวดหนาม
                ค.   การกระโดดข้ามลวดหนาม                                       ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๑๕๔.   เครื่องกีดขวางชนิดต่ำ หมายถึงเครื่องกีดขวางซึ่งไม่สูงเกินไป สามารถข้ามไปได้ 
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
                ก.   คันนา                                                                             ข.   คันดิน
                ค.   ท่อนไม้ล้มที่ไม่ใหญ่โตหนัก                                    ง.   ถูกทุกข้อ
๑๕๕.    การเคลื่อนที่ข้ามคู กระทำได้ ๒ วิธี คือ
                ก.   กระโดดข้าม และคลานข้าม                                    ข.   คลานสูง และคลานต่ำ
                ค.   การก้าวข้าม และนอนหงายข้าม                             ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๑๕๖.   การเลือก และการใช้เส้นทาง ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
. เส้นทางควรใกล้ ตรง และปลอดภัย
. เส้นทางที่เคลื่อนที่ พยายามหลีกเลี่ยงที่ตั้งของข้าศึก
. หลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง , เส้นทางต้องมีการกำบัง และซ่อนพราง
. ที่กล่าวมาถูกทุกข้อ
๑๕๗.   ก่อนการเคลื่อนที่ควรศึกษาแผนที่ ภาพถ่ายทางอากาศ หรือภาพสังเขป เพื่อป้องกันมิให้เคลื่อนที่ผิดทิศทาง และควรวางแผนเลือกเส้นทางสำรองไว้อย่างน้อย กี่เส้นทาง
                ก.   ๑   เส้นทาง                                                                  ข.   ๒   เส้นทาง
                ค.   ๓   เส้นทาง                                                                 ง.   ไม้มีข้อใดถูก
 
 
๑๕๘.   การใช้เส้นทาง ขณะเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางนั้น เราควรหลีกเลี่ยงข้อใด
                ก.   พื้นที่โล่งแจ้ง                                                                ข.   สิ่งกีดขวางต่าง ๆ โดยเคลื่อนที่อ้อมผ่านไป
                ค.   อย่าเดินตามแนวสันเขา                                             ง.   ถูกทุกข้อ
๑๕๙.   การปฏิบัติเมื่อหลงทาง และมีแผนที่เข็มทิศ จะต้องปฏิบัติอย่างไร
.หยุดเคลื่อนที่สงบจิตใจพยายามทบทวนเส้นทางที่ผ่านมา
.วางแผนที่ให้ถูกทิศ , หาจุดที่อยู่ของตนเองตามหลักวิชาแผนที่
.ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
.ไม่มีข้อใดถูก
๑๖๐.   การปฏิบัติเมื่อหลงทางไม่มีแผนที่เข็มทิศจะปฏิบัติอย่างไร
. หยุดเคลื่อนที่สงบจิตใจพยายามทบทวนเส้นทางที่ผ่านมา
.หาทิศโดยใช้นาฬิกา หรือปลายเงา
. พยายามเดินย้อนกลับไปยังลักษณะภูมิประเทศเด่นชัดครั้งสุดท้าย
. ถูกทุกข้อ
๑๖๑.   ในการใช้อาวุธประจำกาย สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะต้องระลึกถึง คือ 
. ต้องใช้ปืนประจำตัวของตนเอง
. ปืนได้ผ่านการยิงปรับปืนตั้งศูนย์รบด้วยตนเองมาแล้ว
. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
. ไม่มีข้อถูก
๑๖๒.   เมื่อทหารมีความจำเป็นต้องนำอาวุธปืนเล็กยาวของผู้อื่นมาใช้ มีข้อควรปฏิบัติ คือ
. ตั้งควงมุมสูง และมุมทิศที่ศูนย์ปืน ตามตำแหน่งประจำตัวของตนก่อน
. ทดลองยิงปรับปืนตั้งศูนย์รบในโอกาสแรกที่สามารถกระทำได้
. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
. ไม่มีข้อถูก
๑๖๓.   อาวุธเงียบคือสิ่งใด ๆ ก็ตามที่สามรถใช้สังหารข้าศึกให้ตาย หรือหมดสติโดยไม่มีเสียงร้องข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
                ก.   ดาบปลายปืน หรือมีดเหน็บ                                      ข.   ลวด หรือเชือกรัดคอ
                ค.   กระบอง หรือดิ้ว                                                          ง.   ถูกทุกข้อ
๑๖๔.   การปฏิบัติการยิงให้เป็นไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด เรียกว่า
                ก.   วินัยการยิง                                                                    ข.   การปรับการยิง
                ค.   การบังคับการยิง                                                          ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๑๖๕.   ผู้ที่ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งเกี่ยวกับการยิงปืน ของผู้บังบัญชาอย่างเคร่งครัดจะเจตนา หรือไม่เจตนาก็ตาม เรียกว่า
                ก.   เป็นผู้ไม่มีวินัยการยิง                                                  ข.   เป็นผู้มีวินัยการยิง
                ค.   เป็นผู้มีความรับผิดชอบสูง                                        ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๑๖๖.   การป้องกันอันตราย ขณะที่เผชิญหน้ากับข้าศึก เรียกว่า
                ก.   การป้องกันอันตรายเชิงรุก                                        ข.   การป้องกันอันตรายเชิงรับ
                ค.   การป้องกันอันตรายเชิงปฏิบัติ                                 ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๑๖๗.   การป้องกันอันตราย ขณะที่ไม่ได้เผชิญหน้ากับข้าศึก เรียกว่า
                ก.   การป้องกันอันตรายเชิงรุก                                        ข.   การป้องกันอันตรายเชิงรับ
                ค.   การป้องกันอันตรายเชิงปฏิบัติ                                 ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๑๖๘.   ในขณะที่ทำการรบเผชิญหน้าอยู่กับข้าศึกนั้น ทหารสามารถลดอันตรายให้กับตนเองได้โดย
. ใช้ที่วางตัวที่มีการกำบัง และซ่อนพราง
.   ใช้อำนาจการยิง และการเคลื่อนที่อย่างถูกต้อง
.    สื่อคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ปฏิบัติงานช่วยกันเป็นชุด
.     ถูกทุกข้อ
๑๖๙.   วิธีการเคลื่อนที่ผ่านตำบลกระสุนปืนใหญ่ตก วิธีที่ดีที่สุดคือ 
                ก.   เคลื่อนที่อ้อมผ่านไป                                                   ข.   วิ่งด้วยความรวดเร็ว
                ค.   วิ่งกลับไปด้านหลัง                                                     ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๑๗๐.   เมื่อจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับรถถังของข้าศึก วิธีปฏิบัติตนของทหารที่ถืออาวุธเบา ควรปฏิบัติเช่นไร
‏א.          ระดมยิงไปยังรถถังเพื่อบังคับให้รถถังเปิดฝาป้อม
‏ב.          พยายามเคลื่อนที่เข้าไปทำลายทางด้านข้าง และหลัง
‏ג.             .ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
‏ד.           ไม่มีข้อใดถูก
๑๗๑.   การป้องกันอันตรายในขณะยังไม่ได้เผชิญหน้ากับข้าศึก ทหารทุกนายต้องเข้มงวดกวดขันในเรื่องใด
‏א.            การถากถางพื้นการยิง , การดัดแปลงภูมิประเทศ
‏ב.            การตกแต่งหลุมบุคคลใช้การพรางอย่างถูกต้อง
‏ג.               การสร้างที่กำบังอย่างเหมาะสม
‏ד.             ถูกทุกข้อ
๑๗๒.   การป้องกันอันตรายในเหตุการณ์พิเศษ ทหารควรจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในเรื่อง
                ก.   อันตรายจากทุ่นระเบิด , กับระเบิด                          ข.   อันตรายจากอากาศยาน
                ค.   อันตรายจากเคมี , ชีวะ และรังสี                              ง.   ถูกทุกข้อ
๑๗๓.   การหาระยะ เป็นวิธีการกะระยะโดยประมาณที่อยู่ของผู้กะระยะไปยังที่หมาย หรือข้าศึกเพื่อให้
‏א.          สามารถกำหนด และค้นหาเป้าหมายได้
‏ב.          เมื่อใช้ศูนย์รบ พลปืนเล็กสามารถปรับจุดเล็งของตนได้
‏ג.             พลยิงอาวุธประจำกาย สามารถตั้งศูนย์ที่อาวุธของตนได้ถูกต้อง
‏ד.           ถูกทุกข้อ
 
๑๗๔.   วิธีการกะระยะโดยใช้หน่วยหลัก ๑๐๐ เมตร ทหารจะต้องตรวจสอบว่าถูกหรือไม่ โดยวิธีการนับก้าว ระยะก้าวของทหารโดยทั่วไปประมาณ กี่ก้าวต่อระยะ ๑๐๐ เมตร
                ก.   ๑๓๐ ก้าว / ๑๐๐ เมตร                                             ข.   ๑๔๐ ก้าว / ๑๐๐ เมตร
                ค.   ๑๕๐ ก้าว / ๑๐๐ เมตร                                                ง.   ๑๖๐ ก้าว / ๑๐๐ เมตร
๑๗๕.   การกะระยะตั้งแต่ ๕๐๐ ๑,๐๐๐ เมตร การหาระยะวิธีนี้จะไม่มีความแม่นยำ ในระยะที่เป็นเป้าหมาย หรือที่หมายมีระยะเกินกว่ากี่เมตร
                ก.   ๑,๐๐๐   เมตร                                                              ข.   ๒,๐๐๐   เมตร
                ค.   ๓,๐๐๐   เมตร                                                              ง.   ๔,๐๐๐   เมตร
๑๗๖.   การวัดระยะทางข้าง เป็นวิธีหาระยะที่รวดเร็วสำหรับวัดระยะทางข้าง โดยใช้นิ้วมือวัด จากทางขวา หรือทางซ้ายของตำบลหลักไปยัง
                ก.   เป้าหมาย                                                                       ข.   ทหารฝ่ายเรา
                ค.   ที่มั่นฝ่ายเรา                                                                  ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๑๗๗.   วินัยในการยิง คือ
‏א.          การปฏิบัติการยิงให้เป็นไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด
‏ב.          เมื่อพบข้าศึกยิงอย่างไม่ประณีต
‏ג.             ยิงปืนให้แม่นยำที่สุด
‏ד.           กดปากกระบอกปืนให้ต่ำ
๑๗๘   วิธีการผ่านลวดหนามที่ดีที่สุดได้แก่
                ก.   การก้าวข้ามลวดหนาม                                               ข.   การกระโดดข้ามลวดหนาม
                ค.   การอ้อมผ่านลวดหนาม                                             ง.   การลวดใต้ลวดหนาม
๑๗๙.   คันนา คันดิน ท่อนไม้ล้มที่ไม่ใหญ่โตนัก ทหารสามารถคลานข้ามไปได้ เราเรียกว่า
                ก.   เครื่องกีดขวางชนิดต่ำ                                                ข.   เครื่องกีดขวางชนิดสูง
                ค.   เครื่องกีดขวางอันตราย                                               ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๑๘๐.   ดาบปลายปืน หรือมีดเหน็บ ลวดเชือกรัดคอ กระบอก หรือดิ้ว ใช้สังหารข้าศึก เราเรียกอาวุธพวกนี้ว่า
                ก.   อาวุธหนัก                                                                     ข.   อาวุธเงียบ
                ค.   อาวุธตะลุมบอน                                                          ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๑๘๑.   มาตราการเชิงรุก คือการป้องกันอันตรายในขณะที่
                ก.   เผชิญหน้ากับข้าศึก                                                     ข.   ไม่ได้เผชิญหน้ากับข้าศึก
                ค.   เผชิญหน้ากับฝ่ายเรา                                                  ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๑๘๒.   มาตราการเชิงรับ คือการป้องกันอันตรายในขณะที่
                ก.   เผชิญหน้ากับข้าศึก                                                     ข.   ไม่ได้เผชิญหน้ากับข้าศึก
                ค.   เผชิญหน้ากับฝ่ายเรา                                                  ง.   ไม่มีข้อใดถูก
 
๑๘๓.   การถากถางพื้นการยิง การดัดแปลงภูมิประเทศ การพรางหลุมบุคคล การสร้างที่กำบัง เป็นป้องกันอันตรายในขณะที่
                ก.   ยังไม่ได้เผชิญหน้ากับข้าศึก                                      ข.   เผชิญหน้ากับข้าศึก
                ค.   เข้าตะลุมบอนข้าศึก                                                    ง.   ถูกทุกข้อ
๑๘๔.   การป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิด กับระเบิด จากอากาศยาน จากเคมีชีวะ รังสี เป็นการป้องกันอันตรายในเหตุการณ์ใด
                ก.   เหตุการณ์พิเศษ                                                            ข.   เหตุการณ์ปกติ
                ค.   เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง                                                 ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๑๘๕.   วิธีการกะระยะโดยประมาณ ระหว่างที่อยู่ของผู้กะระยะไปยังที่หมาย หรือเป้าหมาย เราเรียกว่า
                ก.   การบอกระยะ                                                               ข.   การหาระยะ
                ค.   ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.                                                    ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๑๘๖.   ในระยะ ๑๐๐ เมตร ทหารจะใช้ระยะก้าวในการเดิน ประมาณกี่ก้าว
                ก.   ๑๐๐   ก้าว                                                                     ข.   ๑๑๐   ก้าว
                ค.   ๑๒๐   ก้าว                                                                   ง.   ๑๓๐   ก้าว
๑๘๗.   เสียงย่อมเคลื่อนที่ในอากาศได้ ในอัตราความเร็วสม่ำเสมอ คือประมาณ
                ก.   ๓๒๐   เมตร / วินาที                                  ข.   ๓๓๐   เมตร / วินาที
                ค.   ๓๔๐   เมตร / วินาที                                  ง.   ๓๕๐   เมตร / วินาที
๑๘๘.   สัญญาณผ่านทั้งถาม และตอบ ปกตินั้นจะเปลี่ยนทุก ๆ กี่ชั่วโมง
                ก.   ๑๒ ชม.                                                                       ข.   ๑๘   ชม.
                ค.   ๒๐   ชม.                                                                      ง.   ๒๔   ชม.
๑๘๙.   สีดิน กับสีเขียวอ่อน ใช้กับทหารที่มีผิวสีขาว ใช้ได้ทุกภูมิประเทศ เว้นภูมิประเทศแบบใด
                ก.   หิมะ                                                                               ข.   ภูมิประเทศสีเขียว
                ค.   ทะเลทราย                                                                     ง.   ถูกทุกข้อ
๑๙๐.   สีเหลืองทราย กับสีเขียวอ่อน ใช้กับทหารผิวคล้ำ ใช้ได้ทุกภูมิประเทศ ยกเว้นภูมิประเทศแบบใด
                ก.   ป่าโปร่ง                                                                         ข.   ป่ารกทึบ
                ค.   หิมะ                                                                               ง.   โล่งแจ้ง
๑๙๑.   ที่ตรวจการณ์ และที่ฟังการณ์ ควรอยู่ในระยะยิงของอาวุธเบาของฝ่ายเดียวกัน ในระยะกี่เมตร
                ก.   ๔๖๐   เมตร                                                                 ข.   ๔๗๐   เมตร
                ค.   ๔๘๐   เมตร                                                                 ง.   ๔๙๐   เมตร
วิชา บุคคลทำการรบในเวลากลางคืน
๑๙๒.   ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการเคลื่อนที่ในเวลากลางคืน
.    การเดิน                                                                        ข.   การวิ่ง
.   การคลาน                                                                      ง.    การหมอบ
 
๑๙๓.   การปรับสายตาให้ชินกับความมืดควรใช้เวลาเท่าใด
.     ๑๐    นาที                                                                  ข.   ๒๐   นาที
.    ๓๐    นาที                                                                  ง.    ๔๐    นาที
 
๑๙๔.   ถ้าร่างกายขาดวิตามินชนิดใดทำให้การมองเห็นในเวลากลางคืนไม่ได้ผล
. ไวตามิน เอ                                                                    ข.   ไวตามิน บี
       ค. ไวตามิน ซี                                                                    ง.    ไวตามิน อี
๑๙๕.   การตรวจพื้นที่โดยละเอียดในขั้นแรกควรเริ่มตรวจจากด้านใดไปด้านใด
                  ก.    ด้านหน้าไปด้านหลัง                                                                ข.    ด้านซ้ายไปด้านขวา
              ค.    ด้านขวาไปด้านซ้าย                                                                ง.     ด้านหลังไปด้านหน้า
๑๙๖.   การรายงานเพื่อตอบคำถาม 5 ข้อ ในข้อที่ 3 คำว่าที่ไหน หมายความว่าอย่างไร
.    วันและเวลาที่เห็น                                                      ข.    ตำบลที่ตรวจการณ์
.   สิ่งที่กำลังทำอะไรอยู่                                                 ง.     ตำบลที่ตรวจการณ์เห็น
๑๙๗.   ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะการรายงานผลของการตรวจการณ์
ก พลนำสาร                                                                        ข.   ลายลักษณ์อักษร
. เครื่องมือสื่อสาร                                                           ง.   วาจา
๑๙๘.   ในการรายงานข่าวข้าศึกโดยคำย่อภาษาอังกฤษ อักษรใดหมายถึงการปฏิบัติ (ของข้าศึก)
.   S                                                                                     ข.   L
.   U                                                                                     ง.    A
๑๙๙.   การเคลื่อนที่เวลากลางคืนเมื่อปรากฎพลุส่องส่องแสงควรทำอย่างไร
. หยุดอยู่กับที่                                                                   ข.   วิ่งหาที่กำบัง
. หมอบลงกับพื้น                                                            ง.    ไม่มีข้อใดถูก
๒๐๐.   แสงไฟจากไม้ขีดสามารถมองเห็นได้ไกลกี่กิโลเมตร
.    ๑๒   กม.                                                                      ข.   ๑๔   กม.
                    .    ๑๖   กม.                                                          ง.   ๑๘   กม.
๒๐๑.   ระยะของพื้นที่การตรวจการณ์ในการตรวจโดยละเอียดควรแบ่งเป็นชั้น ๆขั้นละกี่เมตร
.    ๓๐   เมตร                                                                   ข.   ๕๐   เมตร
.   ๗๐   เมตร                                                                    ง.    ๙๐    เมตร
๒๐๒.   ในสนามรบสิ่งที่บ่งบอกให้บุคคลพิสูจน์ทราบว่าเป็นฝ่ายใด คืออะไร
.   รหัสผ่าน                                                                       ข.   สัญญาณผ่าน
.    สัญลักษ์ผ่าน                                                                ง.    ถูกทุกข้อ
๒๐๓.   ในการรายงานข้อความต่างๆ ทางการทหารควรใช้คำพูดแบบใด
              ก.   วันนี้                                                                              ข.    พรุ่งนี้
.    เมื่อวานนี้                                                                     ง.    วัน เดือน ปี
๒๐๔.   การรักษาวินัยในเวลากลางคืน นศท. ควรยึดหลักการปฏิบัติอย่างไร
. ความเข้าใจในการใช้สัญญาณบอกฝ่ายประจำวันได้ถูกต้อง
                    . ปฏิบัติงาน และประสานการปฏิบัติกับทหารฝ่ายเดียวกันอย่างใกล้ชิด
                  ค.    การอยู่ยามรักษาการณ์ต่างๆ ต้องผลัดเปลี่ยนบ่อยๆ
. ไม่มีข้อใดถูก
๒๐๕.   การรายงานโดยใช้คำย่อภาษาอังกฤษ ตัว S เป็นตัวย่อของคำว่าอะไร
.   การปฏิบัติ (ของข้าศึก)                                       ข.   ขนาด (หน่วยของข้าศึก)
.    ที่ตั้ง (ที่ตั้งของข้าศึกขณะที่มองเห็น)            ง.    การปฏิบัติ (ของข้าศึก)
๒๐๖.   การรายงานเพื่อตอบคำถาม ๕ ข้อ ข้อใดถูกที่สุด
‏א.           จากที่ไหน , ใคร , อะไร , ที่ไหน , เมื่อไหร่ , กำลังทำอะไรอยู่
‏ב.          จากที่ไหน , ทำอะไร , ไปยังไง , ไปเมื่อไร ,ไปกับใคร
‏ג.             กำลังทำอะไรอยู่ , ใคร , อะไร , เมื่อไหร่ , ไปยังไง ,กากที่ไหน
.    ไม่มีข้อใดถูก
๒๐๗.   ที่ตรวจการควรหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง
.    ที่ซึ่งตัดกับขอบฟ้า                                              ข.   เป็นที่หมายเด่น
.    ที่ซึ่งมีสิ่งกำบังด้านข้าง                                     .    ถูกทุกข้อ
๒๐๘.   ในเวลากลางคืน นศท. ควรจะต้องศึกษาเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง
.    แสง                                                                        .    สี
.    เสียง                                                                       ง.    ถูกทุกข้อ
๒๐๙.   การมองเห็นในเวลากลางคืนจะต้องทำอย่างไร
.    การปรับสายตาให้ชินกับความมืด                  ข.   การมองนอกจุดศูนย์กลาง
.    การกวาดสายตา                                                  ง.    ถูกทุกข้อ
๒๑๐.   ส่วนต่างๆของดวงตาส่วนใดสำคัญที่สุด
.    แก้วตา                                                                    ข.    ม่านตา
.    เยื่อรับภาพ                                                            ง.    สำคัญเท่ากันทุกส่วน
๒๑๑.   การผ่านหน่วยทหารฝ่ายเดียวกันควรปฏิบัติอย่างไร
.    ทำการผ่านไปได้เลย
.    เข้าไปติดต่อพร้อมกันทั้งหมดจะได้ผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว
.    จะผ่านทางไหนก็ได้เพราะเป็นฝ่ายเดียวกัน
.    ไม่มีข้อใดถูก
๒๑๒.   ลักษณะร่องรอยต่างๆ ที่ควรทราบมีอะไรบ้าง
.    ขนาดความกว้างของที่พักแรม
.    สภาพของที่พักแรมตลอดจนสิ่งของที่ข้าศึกทิ้งไว้
.    รอยทางที่เกิดขึ้นมาใหม่ๆ                                 ง.            ถูกทุกข้อ
๒๑๓.   การบอกเวลาต้องบอกโยใช้เลขกี่ตำแหน่ง
.    ๔    ตำแหน่ง                                                       ข.    ๖    ตำแหน่ง
.    ๘   ตำแหน่ง                                                        ง.     ๑๐ ตำแหน่ง
๒๑๔.   ร่องรอยที่เกิดขึ้นปกติแล้วความเด่นชัดของรอยนี้จะเกิดขึ้นอยู่ประมาณกี่นาที
.    ๑๒    นาที                                                           ข.    ๑๓    นาที
.    ๑๔    นาที                                                            ง.      ๑๕    นาที
๒๑๕.   ที่ตรวจการณ์และที่ฟังการณ์ควรอยู่ในระยะยิงประมาณกี่เมตร
.    ๓๕๐    เมตร                                                       ข.    ๔๐๐     เมตร             
.    ๔๓๐    เมตร                                                      ง.    ๔๖๐     เมตร
๒๑๖.   การใช้เรือนโรงสำหรับตรวจการณ์ควรใช้วัสดุสิ่งใดทำเป็นหลังคา
.    แฝก                                                                        .   กระเบื้อง
.    สังกะสี                                                                  ง.    ถูกทุกข้อ
๒๑๗.   ความสำคัญของการรบในเวลากลางคืนข้อใดถูก
.    รักษาความลับในการเข้าจู่โจม
.   สามารถเคลื่อนย้ายหน่วยจากพื้นที่หนึ่งไปยังพื้นที่หนึ่งได้อย่างปกปิด และรวดเร็วกว่า      
       ในเวลากลางวัน
.    ลดอันตรายได้มากกว่าที่จะปฏิบัติการณ์ในเวลากลางวัน
.    ถูกทุกข้อ
๒๑๘.   การฝึกบุคคลทำการรบในเวลากลางคืน ควรศึกษาเรื่องอะไร
.    การฟังเสียง ดมกลิ่น สัมผัส                              ข. การเคลื่อนที่ ข้ามคู การตัดลวดหนาม
.    การปฏิบัติเมื่อมรพลุส่องแสง                           ง. ถูกทุกข้อ
๒๑๙ . การตัดลวดหนามควรตัดบริเวณส่วนใดของลวดหนาม
.    ตรงกลางเส้นระหว่างเสา                                  ข. ใกล้ๆเสาข้างใดข้างหนึ่ง
.    ใกล้ ๆ เสาทั้งสองข้าง                                        ง. บริเวณใดก็ได้
๒๒๐.   ที่ตรวจการณ์ในเวลากลางคืนเราเรียกว่าอย่างไร
.    ที่เฝ้าตรวจ                                                             ข.   ที่คอยเหตุ
.    ที่ฟังการณ์                                                             ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๒๒๑.   การเปลี่ยนสัญญาณผ่านตามปกติจะเปลี่ยนทุกๆกี่ชั่วโมง
.    ๖       ชั่วโมง                                                       ข.   ๑๒   ชั่วโมง
.    ๒๐   ชั่วโมง                                                        ง.   ๒๔   ชั่วโมง
๒๒๒.   การห้ามจามเราควรปฏิบัติอย่างไร
.    สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วกั้นไว้              ข. บีบที่ลูกกระเดือกเบาๆ
.    ใช้นิ้วดันปลายจมูกขึ้น                                       ง. ใช้หลังมือขยี้จมูกแรงๆ
๒๒๓.   การกะระยะโดยวิธีการสังเกตแสง และเสียง ย่อมทำได้ดีในเวลากลางคืน อยากทราบว่าเสียงเคลื่อนที่ในอากาศในอัตราความเร็วสม่ำเสมอประมาณเท่าได
.    ๓๓๐    เมตร/นาที                                              ข.    ๓๒๐   เมตร/วินาที
.    ๔๕๐    เมตร/นาที                                              ง.    ๒๓๐    เมตร/นาที
๒๒๔.   การรายงานเวลา ๑๘.๐๐ น. ข้อใดถูกต้อง
.    หนึ่ง แปด ศูนย์ ศูนย์                                          ข.    หนึ่ง แปด จุด ศูนย์ ศูนย์
.    สิบแปด จุด ศูนย์ ศูนย์                                        ง.    สิบแปดนาฬิกา
๒๒๕.   หน่วยทหารฝ่ายเดียวกัน จะถามสัญญาณผ่านกับหน่วยลาดตระเวนที่มาติดต่อ ห่างจากตนประมาณกี่เมตร
.    -๒     เมตร                                                      ข.    - ๓   เมตร
.    - ๔   เมตร                                                       ง.    ประมาณ ๕ เมตร
๒๒๖.   เครื่องกีดขวางคือ
.    ลวดหนาม                                                             ข.   ลำธาร
.    สนามทุ่นระเบิด                                                  ง.   ถูกทุกข้อ
๒๒๗.   การผ่านลวดหนามวิธีที่ดีที่สุดคือ
.    การก้าวข้ามลวดหนาม                                       ข.    การลอดลวดหนาม
.    การคลานข้ามลวดหนาม                                   ง.     ถูกทุกข้อ
๒๒๘.   การเคลื่อนที่ในเวลากลางคืน ควรเลี่ยงการเดินบนพื้นที่ใด
.    พื้นดินแข็ง                                                            ข.    ทางที่มีก้อนหินมาก
.    ทางที่มีใบไม้แห้งร่วงมาก                                 ง.    ถูกทุกข้อ
๒๒๙.   ที่ฟังการณ์คือ
.    ที่ซึ่งปกติอยู่ทางขอบหน้าของทหารฝ่ายเดียวกัน
.    ที่ซึ่งปกติอยู่ทางขอบหลังของทหารฝ่ายเดียวกัน
.    ที่ซึ่งปกติอยู่ทางด้านซ้ายของทหารฝ่ายเดียวกัน
.    ที่ซึ่งปกติอยู่ทางด้านหลังของทหารฝ่ายเดียวกัน
๒๓๐.   ในสนามรบสิ่งที่บอกให้ทราบว่าเป็นฝ่ายใดคือ
.    รหัสผ่าน                                                               ข.    สัญญาณผ่าน
.    สัญลักษณ์ผ่าน                                                     ง.    ถูกทุกข้อ
๒๓๑.   การสังเกตและค้นหาเพื่อพิสูจน์ทราบสิ่งต่างๆ ทางหารเรียกว่าอะไร
.    การเฝ้าระวัง                                                         ข.    การลาดตระวน
.    การตรวจการณ์                                                     ง.    ผิดทุกข้อ
 
 
 
 
วิชา ภารกิจ และการจัดหน่วยทหารราบ
๒๓๒.   ทหารราบ หมายถึง
‏א.          เหล่าทหารที่มีหน้าที่ทำการรบทางภาคพื้นดิน
‏ב.          เหล่าทหารที่มีหน้าที่สำคัญมาก และเหนื่อยมากที่สุด
‏ג.             เหล่าทหารที่ที่ทำการรบตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งต่อสู้ระยะประชิด และสูญเสียมากที่สุด
‏ד.           ถูกทุกข้อ
๒๓๓.   ทหารเหล่าใดที่มีบทบาทในการยึดครองพื้นที่ และชี้ชัดในการรบ ได้รับชัยชนะในขั้นเด็ดขาด
                ก.   ทหารอากาศ                                                                 ข.  ทหารปืนใหญ่
                ค.   ทหารช่าง                                                                      ง.   ทหารราบ
๒๓๔.   ภารกิจหลักของทหารราบ คือ
                ก.   ในการเข้าตี                                                                   ข.   ในการตั้งรับ
                ค.   ซุ่มโจมตี                                                                        ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก
๒๓๕.   เหล่าทหารที่มีหน้าที่ให้การสนับสนุนการรบแก่ทหารราบที่สำคัญ ๆ ได้แก่
‏א.          ทหารม้ายานเกราะ , ทหารปืนใหญ่ , ทหารช่าง , ทหารสื่อสาร
‏ב.          ทหารเสนารักษ์ , ทหารการข่าว
‏ג.             ทหารสารบรรณ , ทหารสรรพวุธ
‏ד.           ทหารการสัตว์ , ทหารแผนที่
๒๓๖.   หมู่ปืนเล็ก ประกอบด้วย ๒ ชุดยิง คือชุดยิง ก. และชุดยิง ข. มีกำลังพลทั้งหมดกี่นาย
                ก.   ๙   นาย                                                                         ข.   ๑๐   นาย
                ค.   ๑๑   นาย                                                                      ง.   ๕๐   นาย
๒๓๗.   ผู้บังคับหมู่ปืนเล็กมียศอะไร
                ก.   จ่าสิบเอก                                                                       ข.   สิบเอก
                ค.   สิบตรี                                                                             ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๒๓๘.   ในหนึ่งหมู่ปืนเล็ก มีพลปืนเล็กกี่นาย
                ก.   ๒   นาย                                                                        ข.   ๓   นาย
                ค.   ๔   นาย                                                                         ง.   ๕   นาย
๒๓๙.   หมวดปืนเล็กมีกำลังพลกี่นาย
                ก.   ๑๑    นาย                                                                     ข.   ๒๒   นาย
                ค.   ๔๕   นาย                                                                     ง.     ๕๐   นาย
๒๔๐.   การประกอบกำลังของหมวดปืนเล็กมีอะไรบ้าง
.      ๑ ชุดยิง ก. และชุดยิง ข. กองบังคับการหมวด
.       ๒ ชุดยิง ก. และชุดยิง ข. กองบังคับการหมวด
.   กองบังคับการหมวด ๒ หมู่ปืนกล ( เอ็ม ๖๐ ) ๑ หมู่ปืนเล็ก
.   กองบังคับการหมวด ๑ หมู่ปืนกล ( เอ็ม ๖๐ ) ๓ หมู่ปืนเล็ก
๒๔๑.   ภารกิจหลักของหมวดปืนเล็ก คือ
‏א.          เข้าประชิดโดยใช้อำนาจการยิง และการดำเนินกลยุทธเพื่อจับ หรือสังหารข้าศึก
‏ב.          ผลักดันการเข้าตีของข้าศึกด้วยการยิง และการรบประชิด
‏ג.             ซุ่มโจมตี , ลาดตะเวน
‏ד.           ข้อ ก. และ ข. ถูก
๒๔๒.   การแบ่งมอบ หมวดปืนเล็กใน ๑ กองร้อยอาวุธเบามีกี่หมวดปืนเล็ก
                ก.   ๑   หมวดปืนเล็ก                                                         ก.   ๒   หมวดปืนเล็ก
                ก.   ๓   หมวดปืนเล็ก                                                        ก.   ๔   หมวดปืนเล็ก
๒๔๓.   ขีดความสามรถของหมวดปืนเล็กมีอะไรบ้าง
‏א.          สามารถใช้การยิงได้ และเคลื่อนที่เข้าประชิด และทำลายข้าศึกได้
‏ב.          สามารถผลักดันการเข้าตีของข้าศึก ด้วยการยิง และการรบประชิด
‏ג.             สามารถจัดให้มีฐานยิง และดำเนินกลยุทธได้
‏ד.           ถูกทุกข้อ
๒๔๔.   ผู้บังคับหมวดปืนเล็กมียศอะไร
‏א.            จ.ส.อ. ( พิเศษ )                                                        ข.    ร.ต.
.     ร.ท.                                                                             ง.     ร.อ.
๒๔๕.   พลยิงเครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถัง ชั้นยศ สิบตรี มีอาวุธในอัตราอะไรบ้าง
‏א.          ปลย.เอ็ม ๑๖ , เครื่องจรวด เอ็ม ๗๒
‏ב.          ปลย. ๑๑ , เครื่องยิงจรวดโทร์
‏ג.             ปลย.เอ.เค. ๔๗ , เครื่องยิงจรวด อาร์.พี.จี
‏ד.           ปพ.๘๖ , เครื่องยิงจรวด ๗๓ มม.
๒๔๖.   หมู่ ปก.เอ็ม ๖๐ มีกำลัง ๙ นาย มี ปก.เอ็ม ๖๐ กี่กระบอก
                ก.   ๒   กระบอก                                                                                ข.   ๓   กระบอก
                ค.   ๔   กระบอก                                                                                ง.   ๕   กระบอก
๒๔๘.   ตำแหน่งรองผู้บังคับหมวดมียศอะไร
                ก.   ส.ต.                                                                                                ข.   ส.อ.
                ค.   จ.ส.อ.                                                                            ง.   ร.ต.
๒๔๘.   หมวดปืนเล็กมีนายสิบประจำหมวด ๑ นาย มียศอะไร
                ก.   จ.ส.อ.                                                                            ข.   ว่าที่ ร.ต.
                ค.   ร.ท.                                                                                                ง.   ร.อ.
๒๔๙.   ตำแหน่งพลยิงในหมู่ ปก.เอ็ม ๖๐ มีอาวุธในอัตราอะไรบ้าง
                ก.   ปลย.๑๑ , ปก.เอ็ม ๖๐                                                                ข.   ปลย.เอ็ม ๑๖ , ปก.เอ็ม ๖๐
                ค.   ปลย.เอ็ม ๑๖ , ปพ. ๘๖                                             ง.   ปพ. ๘๖ , ปก.เอ็ม ๖๐
 
๒๕๐.   หมู่ ปก. เอ็ม ๖๐ มีพลยิงกี่นาย
                ก.   ๑   นาย                                                                         ข.   ๒   นาย
                ค.   ๓   นาย                                                                         ง.   ๔   นาย
๒๕๑.   ใน ๑ หมู่ ปก.เอ็ม ๖๐ มีพลกระสุน ๔ นาย มีอาวุธประจำกายอะไรบ้าง
                ก.   ปลย.เอ็ม ๑๖                                                                ข.   ปลย.๑๑ , ปพ. ๘๖
                ค.   ปพ. ๘๖ , ปลย.เอ็ม ๑๖                                             ง.   ปก.เอ็ม ๖๐ , ปพ. ๘๖
วิชา ลักษณะการรบโดยทั่วไป
๒๕๒.   ลักษณะการรบโดยทั่วไปแบ่งเป็น ๓ ลักษณะ ข้อใดกล่าวถูกต้อง
                ก.   การรบด้วยวิธีรุก                                                          ข. การรบด้วยวิธีรับ
                ค.   การร่นถอย                                                                    ง.   การลาดตระเวน
๒๕๓.   การรบที่ต้องเคลื่อนที่เข้าไปให้ถึงตัวข้าศึก เพื่อแย่งยึดดินแดน หรือที่มั่นของข้าศึก คือ
                ก.   การรบด้วยวิธีรุก                                                          ข. การรบด้วยวิธีรับ
                ค.   การร่นถอย                                                                    ง.   การถอนตัว
๒๕๔.   พื้นที่ซึ่งหน่วยทหารที่เข้าตีได้มารวมกัน ก่อนปฏิบัติการทางยุทธวิธี เป็นพื้นที่ปกปิดกำบังซ่อนพรางจากการตรวจการณ์ของข้าศึกทางภาคพื้นดิน และทางอากาศ เราเรียกพื้นที่นี้ว่าอะไร
                ก.   ที่รวมพล                                                                       ข.   ฐานออกตี
                ค.   แนวออกตี                                                                     ง.   ที่หมาย
๒๕๕.   แนวประสานการปฏิบัติขั้นสุดท้าย อยู่ห่างจากที่หมายในระยะเท่าใด
                ก.   ๑๐๐ - ๑๕๐   เมตร                                                     ข.   ๒๐๐ ๒๕๐   เมตร
                ค.   ๒๕๐ ๓๐๐   เมตร                                                  ง.   ๓๐๐ ๓๕๐   เมตร
๒๕๖.   การตั้งมี ๒ แบบ คือ
‏א.          การตั้งรับเร่งด่วน และการตั้งรับแบบเคลื่อนที่
‏ב.          การตั้งรับเป็นพื้นที่ และการตั้งรับแบเคลื่อนที่
‏ג.             การตั้งรับในเวลากลางวัน และการตั้งรับในเวลากลางคืน
‏ד.           ไม่มีข้อใดถูก
๒๕๗.   ข้อใดไม่เกี่ยวกับการรบด้วยวิธีรุก
                ก.   แนวขอบหน้าพื้นที่การรบ                                         ข.   ฐานออกตี
                ค.   แนวออกตี                                                                     ง.   แนวประสานการปฏิบัติขั้นสุดท้าย
๒๕๘.   กำลังพลเมื่อเคลื่อนที่จากฐานออกตีไปแล้วจะต้องผ่านพื้นที่ใด
                ก.   ที่หมาย                                                                          ข.   แนวประสานการปฏิบัติขั้นสุดท้าย
                ค.   แนวออกตี                                                                     ง.   ที่รวมพล
๒๕๙.   ข้อใดอยู่ห่างจากที่หมาย ๑๐๐ ๑๕๐   เมตร
                ก.   แนวประสานการปฏิบัติขั้นสุดท้าย                          ข.   แนวออกตี
                ค.   แนวขอบหน้าพื้นที่การรบ                                         ง.   แนวกองรักษาด่านรบ
๒๖๐.   การตะลุมบอนเป็นการปฏิบัติหลังจากเคลื่อนที่ผ่าน………..ไปแล้ว
                ก.   ที่รวมพล                                                                       ข.   ฐานออกตี
                ค.   แนวออกตี                                                                     ง.   แนวประสานการปฏิบัติขั้นสุดท้าย
๒๖๑.   พื้นที่การรบมี ๒ ส่วน คือ พื้นที่ตั้งรับในแนวหน้า และพื้นที่กองหนุน ดังนั้นแนวสุดท้ายของพื้นที่การรบ เรียกว่า
                ก.   แนวขอบหน้าพื้นที่การรบ                                         ข.   แนวกองรักษาด่านรบ
                ค.   แนวกองรักษาด่านทั่วไป                                           ง.    แนวประสานการปฏิบัติขั้นสุดท้าย
๒๖๒.   ส่วนระวังป้องกันเฉพาะตำบล จัดไว้ห่างจากแนวขอบหน้าพื้นที่การรบออกไปไม่เกิน ๔๐๐ เมตร ในเวลากลางวันจัดไว้ชุดละ ๑ ๒ นาย เรียกว่า
                ก.   ยามคอยเหตุ                                                                  ข.   ที่ฟังการณ์
                ค.   หมู่ตรวจ                                                                        ง.   ลาดตระเวนติดต่อ
๒๖๓.   ในการรบด้วยวิธีรับ พื้นที่ซึ่งหน่วยทหารประจำอยู่ต้องยึดรักษาไว้ไม่ยอมให้ข้าศึกเคลื่อนที่ผ่าน แนวขอบหน้าพื้นที่การรบเข้ามาโดยเด็ดขาด คือ
                ก.   พื้นที่ตั้งรับแนวหน้า                                                   ข.   พื้นที่กองหนุน
                ค.   พื้นที่กองรักษาด่านรบ                                               ง.   พื้นที่กองรักษาด่านทั่วไป
๒๖๔.   โดยปกติจะกำหนดความเร่งด่วนในการดัดแปลงภูมิประเทศ ถามว่าลำดับแรกได้แก่
                ก.   ถากถางพื้นการยิง                                                       ข.   การขุดหลุมบุคคล
                ค.   การพราง                                                                       ง.   การจัดสร้างเครื่องกีดขวาง
๒๖๕.   เพื่อรบกวนทำให้ออมกำลัง ต้านทานเหนี่ยวแน่น และยังความสูญเสียให้แก่ข้าศึก เป็นความมุ่งหมายของ
                ก.   การรบด้วยวิธีรุก                                                          ข.   การรบด้วยวิธีรับ
                ค.   การร่นถอย                                                                    ง.   การเขาตี
๒๖๖.   การถอนตัว ซึ่งกระทำเป็นความลับ และใช้การลวงได้แก่ข้อใด
                ก.   การถอนตัวในเวลากลางวัน                                      ข.   การถอนตัวในเวลากลางคืน
                ค.   การรบหน่วงเวลา                                                        ง.   การถอย
๒๖๗.   การรบซึ่งนำไปสู่ชัยชนะ ได้แก่
                ก.   การรบด้วยวิธีรุก                                                          ข.   การรบด้วยวิธีรับ
                ค.   การร่นถอย                                                                    ง.   การรบหน่วงเวลา
๒๗๘.   เหล่าทหาร ซึ่งมีหน้าที่รบโดยคือเหล่าใด
                ก.   เหล่าทหารราบ , เหล่าทหารม้า                                ข.   เหล่าทหารราบ , เหล่าทหารช่าง
                ค.   เหล่าทหารม้า , เหล่าทหารสื่อสาร                          ง.   เหล่าทหารม้า , เหล่าทหารแพทย์
๒๖๙.   ส่วนระวังป้องกันเฉพาะตำบลในเวลากลางคืนนิยมจัดจำนวนกี่นาย
                ก.   ๑   นาย                                                                         ข.   ๒    นาย
                ค.   ๖    นาย                                                                 ง.   ๑๑ ๑๒   นาย
 
๒๗๐.   การปฏิบัติการร่นถอยมี ๓ ประเภท คือ
‏א.          การถอย , การถอนตัว , การรบหน่วงเวลา
‏ב.          การรบหน่วงเวลา ,   การผละ , ขยายผล
‏ג.             การถอย , การประวิงเวลา , การถอนตัว
‏ד.           การถอนตัว , การรบหน่วงเวลา , การหลีกหนี
๒๗๑.   การตัวนอกความกดดัน ส่วนดำเนินกลยุทธจะเหลือทิ้งไว้ปะทะเท่าใด
                ก.   ๑ ใน ๒                                                                      ข.   ๑ ใน ๓
                ค.   ๑ ใน ๔                                                                       ง.   ๒ ใน ๓
วิชา รูปขบวนทำการรบ
๒๗๒.   การสั่งการของผู้บังคับบัญชา มีการสั่งการในการเคลื่อนที่ในการจัดรูปขบวนได้กี่วิธี
                ก.   ๑   วิธี                                                                            ข.   ๒   วิธี
                ค.   ๓   วิธี                                                                           ง.   ๔   วิธี
๒๗๓.   ข้อใด คือวิธีการสั่งการในการจัดรูปขบวนทำการรบ
                ก.   ท่าสัญญาณ                                                                   ข.   การสั่งการด้วยเสียงสัญญาณ
                ค.   การสั่งการด้วยวาจา                                                     ง.   ถูกทุกข้อ
๒๗๔.   การสั่งการด้วยท่าสัญญาณ โดยการเหยียดแขนขึ้นเหนือระดับไหล่เล็กน้อย ไปทางบุคคลที่จะส่งสัญญาณ หันฝ่ามือออกไปทางด้านนอกลำตัว
                ก.   เตรียมตัว                                                                       ข.   พร้อมแล้วหรือยัง หรือข้าพเจ้าพร้อมแล้ว
                ค.   ข้าพเจ้าไม่เข้าใจคำสั่ง หรือให้ปฏิบัติอย่างไร       ง.   รวมพล หรือออมกำลัง
๒๗๕.   การสั่งการด้วยท่าสัญญาณ โดยการยกแขนตรงขึ้นไปทางเหนือศรีษะหันฝ่ามือไปข้างหน้า แล้วโบกมือหมุนเป็นวงกลมจากขวาไปซ้าย เรียกว่า
                ก.   รวมพล หรือรวมกำลัง                                              ข.   เตรียมตัว
                ค.   ข้าพเจ้าไม่เข้าใจคำสั่ง หรือให้ปฏิบัติอย่างไร       ง.   หยุดพัก หรือหยุด
๒๗๖.   การสั่งการโดยการเหยียดแขนออกไปทางข้างเหนือระดับไหล่เล็กน้อย หันฝ่ามือไปทางข้างหน้า และโบกแขนขึ้นลงไปมาเหนือศรีษะหลายครั้ง เรียกว่า
                ก.   รวมพล หรือรวมกำลัง                                              ข.   เตรียมตัว
                ค.   เคลื่อนที่ไปข้างหน้า                                                   ง.   มาหาข้าพเจ้า
๒๗๗.   การสั่งการโดยการหันหน้าไปยังบุคคลหรือหน่วยที่จะส่งสัญญาณ แล้วยกแขนทั้งสองขึ้นประสานกันเหนือศรีษะ หันฝ่ามือไปข้างหน้า เรียกว่า
                ก.   หยุดพัก หรือหยุด                                                      ข.   กระจายกำลัง
                ค.   พบข้าศึก                                                                        ง. ข้าพเจ้าไม่เข้าใจคำสั่งหรือให้ปฏิบัติอย่างไร
 
 
๒๗๘.   การสั่งการโดยการชี้มือไปทางบุคคล หรือหน่วยกวักมือเรียกโดยยกแขนให้เสมอระดับไหล่หันฝ่ามือขึ้น แล้วโบกมือ ให้แขนท่อนล่างงอเข้าหาตัว เรียกว่า
                ก.   เคลื่อนที่ไปข้างหน้า                                                   ข.   มาหาข้าพเจ้า
                ค.   ลดความเร็ว                                                                   ง.   กระจายกำลัง
๒๗๙.   การฝึกทำการรบ เรื่องรูปขบวนทำการรบ เพื่อนำไปใช้ในโอกาสใด
                ก.   โอกาสรุกเข้าหาข้าศึก                                                 ข.   เผชิญหน้ากับข้าศึก
                ค.   เมื่อเคลื่อนที่เข้าตะลุมบอนต้องหยุดชะงักลง        ง.   ถูกทุกข้อ
๒๘๐.   การจัดกำลังระดับ หมู่ปืนเล็ก ของทหารราบมีกำลังพลกี่นาย
                ก.   ๕   นาย                                                                         ข.   ๑๐   นาย
                ค.   ๑๑   นาย                                                                      ง.   ๑๒   นาย
๒๘๑.   ๑ หมู่ ปล. แบ่งได้เป็นกี่ชุดยิง
                ก.   ๑   ชุดยิง                                                                       ข.   ๒   ชุดยิง
                ๓.   ๓   ชุดยิง                                                                     ง.   ๔   ชุดยิง
๒๘๒.   รูปขบวนทำการรบของหมู่ปืนเล็กมีกี่รูปขบวน
                ก.   ๒   รูปขบวน                                                               ข.   ๓   รูปขบวน
                ค.   ๔   รูปขบวน                                                                ง.   ๕   รูปขบวน
๒๘๓.   ข้อใด คือรูปขบวนทำการรบของหมู่ปืนเล็ก
                ก.   รูปขบวนแถวตอนเรียงหนึ่ง                                      ข.   รูปขบวนแถวตอนชุดยิงตามกัน
                ค.   รูปขบวนหมู่แถวหน้ากระดาน                 ง.   รูปขบวนแถวตอนชุดยิงเคียงกัน
๒๘๔.   รูปขบวนหมู่แถวตอน โอกาสที่ใช้ คือ
                ก.   ใช้ในการกวาดล้างข้าศึก                                            ข.   ใช้ในการโจมตีข้าศึก
                ค.   ใช้ในการเข้าตะลุมบอนข้าศึก                   ง.   ใช้ในการเคลื่อนที่ลาดตระเวน
๒๘๕.   รูปขบวนหมู่แถวหน้ากระดาน อำนาจการยิงสูงสุดอยู่ทางด้านใด
                ก.   ด้านข้าง                                                                         ข.   ด้านหน้า
                ค.   ด้านหลัง                                                                        ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๒๘๖.   รูปขบวนหมู่แถวหน้ากระดาน ใช้ในโอกาสใด
                ก.   ใช้ในการโจมตีกวาดล้างข้าศึก                                  ข.   ใช้ในการลาดตระเวน
                ค.   ใช้ในภูมิประเทศที่เป็นช่องแคบ ๆ                         ง. ใช้ในขณะที่เคลื่อนที่มายังฐานออกตี
๒๘๗.   ข้อดีของรูปขบวนหมู่แถวตอน คือ
                ก.   เคลื่อนที่ได้ทุกภูมิประเทศ                                         ข.   ควบคุมกำกับดูแลได้ง่าย
                ค.   มีการระวังป้องกันรอบตัวดี                                       ง.   ถูกทุกข้อ
๒๘๘.   ข้อเสียของรูปขบวนหมู่แถวตอน คือ
                ก.   อำนาจการยิงทางด้านหน้าสูงสุด                             ข.   อำนาจการยิงทางด้านหน้ามีจำกัด
                ค.   บังคับบัญชายาก                                                          ง.   ไม่มีข้อใดถูก
๒๘๙.   ข้อดีของรูปขบวนหมู่แถวหน้ากระดาน คือ
                ก.   อำนาจการยิงทางด้านหน้าสูงสุด                             ข.   ควบคุมบังคับบัญชายาก
                ค.   อำนาจการยิงทางด้านข้างมีจำกัด                             ง.   ใช้ในการเคลื่อนที่ในที่แคบได้ดี
๒๙๐.   ส่วนยิงสนับสนุนของหมู่ปืนเล็ก ทำหน้าที่อย่างไร
‏א.           ต้านทานการเข้ามาของข้าศึก
‏ב.          เคลื่อนที่ตะลุมบอน
‏ג.             ยิงสนับสนุนให้ส่วนดำเนินกลยุทธเคลื่อนที่ไปยังที่มั่นของข้าศึก
‏ד.           ไม่มีข้อใดถูก
๒๙๑.   ในระดับหมู่ปืนเล็ก ใครมีหน้าที่กำกับดูแล แต่ละชุดยิงดำเนินกลยุทธ และชุดยิงสนับสนุน
                ก.   ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก                                                  ข.   พลปืนเล็ก
                ค.   หัวหน้าชุดยิง                                                               ง.   พลยิง เอ็ม ๒๐๓
วิชา การเดินการพัก และการระวังป้องกัน
๒๙๒.   การเคลื่อนย้ายกำลังทหารเป็นหน่วย จำเป็นจะต้องมีวิธีการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งสำหรับยึดถือปฏิบัติ เพื่ออะไร
                ก.   ความเป็นระเบียบเรียบร้อย                                       ข.   การรักษาความปลอดภัย
                ค.   ความรวดเร็ว                                                                ง.   ข้อ ก. และ ข้อ ข. ถูก
๒๙๓.   การเคลื่อนย้ายหน่วยทหาร เป็นการเคลื่อนย้ายกำลังทหาร
                ก.   เป็นบุคคล                                                                     ข.   เป็นหน่วย
                ค.   เป็นพวก                                                                        ง.   เป็นชุด
๒๙๔.   ข้อใดกล่าวถูกต้อง
‏א.          การเคลื่อนย้ายหน่วยทหาร ทำได้ทั้งในสถานการรบ และมิใช่สถานการณ์การรบ
‏ב.          การเคลื่อนย้ายหน่วยทหาร จากตำบลหนึ่งไปยังอีกตำบลหนึ่ง
‏ג.             การเคลื่อนย้ายหน่วยทหาร กระทำด้วยการเดินเท้า หรือใช้ยานพาหนะ
‏ד.           ถูกทุกข้อ
๒๙๕.   การเคลื่อนย้ายแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
                ก.   ๑   ประเภท                                                                  ข.   ๒   ประเภท
                ค.   ๓ ประเภท                                                                  ง.   ๔    ประเภท
๒๙๖.   การเคลื่อนย้ายหน่วยหน่วยทหารจากที่ตั้งปกติไปยังยุทธบริเวณเพื่อทำการรบ เป็นการเคลื่อนย้ายประเภทใด
                ก.   การเคลื่อนย้ายทางธุรการ                                          ข.   การเคลื่อนย้ายทางยุทธการ
                ค.   การเคลื่อนย้ายทางยุทธวิธี                                         ง.   การเคลื่อนย้ายทางยุทธศาสตร์
 
 
๒๙๗.   การเคลื่อนย้ายที่จะต้องมีมาตราการปฏิบัติที่รัดกุม มรระเบียบ มีการจัดการระวังป้องกัน เป็นการเคลื่อนย้ายประเภทใด
                ก.   การเคลื่อนย้ายทางธุรการ                                          ข.   การเคลื่อนย้ายทางยุทธการ
                ค.   การเคลื่อนย้ายทางยุทธวิธี                                         ง.   การเคลื่อนย้ายทางยุทธศาสตร์
๒๙๘.   การเคลื่อนย้ายทางยุทธวิธีแบ่งได้ ๒ ลักษณะ มีอะไรบ้าง
‏א.          การเคลื่อนย้ายหน้ากระดาน และแถวตอน
‏ב.          การเคลื่อนย้ายรวดเร็ว และตามสบาย
‏ג.             การเคลื่อนย้ายระยะไกล และระยะใกล้
‏ד.           การเคลื่อนย้ายทางน้ำ และทางอากาศ
๒๙๙.   การเดินทางด้วยเท้าทางธุรการ จะกระทำต่อเมื่อ
                ก.   การที่ไม่มีการรบกวนของข้าศึก                               ข.   การเดินที่อยู่ในระยะยิงของข้าศึก
                ค.   การเดินที่อยู่ใกล้กับการปะทะกับข้าศึก                   ง.   ถูกทุกข้อ
๓๐๐.   การเดินทางด้วยเท้าทางยุทธวิธีจะสิ้นสุดลงเมื่อใด
                ก.   มีการปะทะกับข้าศึกทางพื้นดิน                               ข.   มีการปะทะกับข้าศึกทางอากาศ
                ค.   สามารถใช้ยานพาหนะได้                                         ง.   ถูกทุกข้อ
๓๐๑. การเดินตามปกติ ๒๔ ชั่วโมง จะเดินระยะทางเท่าไร
                ก.   ๒๐ - ๓๐ กม.                                                             ข.   ๒๐ - ๓๒ กม.
                ค.   ๑๖ - ๓๐ กม.                                                              ง.   ๒๐ - ๓๕ กม.
๓๐๒.   อัตราความเร็วมาตราฐานในการเดิน ข้อใดกล่าวถูกต้อง
                ก.   เดินบนถนนกลางวัน ๔ กม. / ชม. ,   กลางคืน ๓.๒ กม. / ชม.
ข.      เดินในภูมิประเทศกลางวัน   ๒.๕ กม. / ชม. , กลางคืน ๑.๘ กม. / ชม.
.    เดินในภูมิประเทศกลางวัน   ๓ กม. / ชม. , กลางคืน ๒ กม. / ชม.
.     เดินบนถนนกลางวัน   ๓.๕ กม. / ชม. , กลางคืน ๓ กม. / ชม.
๓๐๓.   ทหารที่ทำหน้าที่เป็นผู้รักษาระยะก้าว จะเดินอยู่ห่างจากต้นขบวนเป็นระยะทางเท่าไร
                ก.   ๑ - ๒   เมตร                                                                               ข.   ๑ - ๓ เมตร
                ค.   ๔ - ๑๐   เมตร                                                             ง.   ๑ - ๕ เมตร
๓๐๔.   การพักประจำชั่วโมงข้อใดกล่าวถูกต้อง
                ก.   ชั่วโมงแรกพัก ๑๐ นาที ชั่วโมงต่อไปพัก ๕ นาที
                ข.   ชั่วโมงแรกพัก ๑๐ นาที  ชั่วโมงต่อไปพัก ๑๐ นาที
                ค.   ชั่วโมงแรกพัก ๑๕ นาที ชั่วโมงต่อไปพัก ๑๐ นาที
                ง.   ชั่วโมงแรกพัก ๑๕ นาที ชั่วโมงต่อไปพัก ๑๕ นาที
๓๐๕.   หน่วยทหารจะทำการเดินเท้าได้กี่แบบ
                ก.   ๒   แบบ                                                                       ข.   ๓   แบบ
                ค.   ๔   แบบ                                                                        ง.   ๕   แบบ
๓๐๖.   การที่หน่วยทหารออกจากที่ตั้งปกติ และพักค้างคืนในที่แห่งอื่นที่มิใช่ที่ตั้งปกติเรียกว่า
                ก.   การพัก                                                                           ข.   การเดินทางไกล
                ค.   การพักแรม                                                                   ง.   การพักค้างคืน
๓๐๗.   การพักแรมมีกี่ประเภท
                ก.   ๒   ประเภท                                                                 ข.   ๓   ประเภท
                ค.   ๔   ประเภท                                                                 ง.   ๕   ประเภท
๓๐๘.   ผู้ที่กำหนดพื้นที่สำหรับพักแรม คือ
                ก.   ผู้บังคับหน่วย                                                               ข.   ฝ่ายกำลังพล
                ค.   ฝ่ายธุรการ                                                                     ง.   ฝ่ายส่งกำลังบำรุง
๓๐๙.   ข้อใดกล่าวถูกต้องในการระวังป้องกันที่พักแรม
                ก.   การจัดชุดลาดตระเวนหาข่าว                                    ข.   การจัดชุดตรวจค้นข้าศึก
                ค.   การจัดยามรักษาการณ์                                                ง.   การจัดยามคอยเหตุ
๓๑๐.   ข้อใดกล่าวถูกต้องในเรื่องที่ทหารต้องทราบในขณะพักแรม
                ก.   ที่ตั้งกองบังคับการ                                                      ข.   ที่อยู่ของผู้บังคับบัญชา
                ค.   สัญญาณบอกฝ่ายประจำวัน                                       ง.   ถูกทุกข้อ
๓๑๑.   ในสถานการณ์การรบ หน่วยทหารมักไม่นิยมเข้าพักแรมในที่ใด
                ก.   หมู่บ้าน                                                                         ข.   ในสนาม
                ค.   ในค่าย                                                                            ง.   ในภูมิประเทศ
วิชาการสงครามพิเศษ
๓๑๒. แผนการปฏิบัติ   ณ   ที่หมายเป็นเครื่องบ่งชี้ประเภทของการลาดตระเวน       การลาดตระเวนมี   ๒ ประเภท คือ 
. การลาดตระเวนหาข่าว                               ๒. ……………………
๓๑๓. หน่วยลาดตระเวนรบโดยทั่วไปจะจัดกำลังพลออกเป็นส่วน ๓ ส่วน คือ ?
. ส่วนโจมตี                                               ๒. ส่วน …………………                          
. ส่วน …………………
๓๑๔. ลำดับขั้นในการตั้งฐานลาดตระเวนแบ่งออกเป็น   ๗ ขั้น คือ ๑. การระวังป้องกัน  
. การลาดตระเวนหาที่ตั้งฐาน                       ๓. การนำกำลังเข้าฐานลาดตระเวน                                             ๔. การปรับวงรอบฐาน                       ๕. …………………………..       
. …………………………                           ๗. ……………………
๓๑๕. โดยทั่วไปหน่วยลาดตระเวนรบ จะจัดกำลังออกเป็น ๓ ส่วน คือ ๑. ส่วนโจมตี    ๒. ส่วนสนับสนุน และ...
                ก. ส่วนทำลาย                                                     ข. ส่วนระวังป้องกัน                                                                    ค. ส่วนจู่โจม                                                        ง. ส่วนจับเชลย
 
๓๑๖. การเตรียมการการลาดตระเวนผู้บังคับหน่วยเริ่มระเบียบการนำหน่วย ๘ ขั้น โดยขั้นที่ ๑ จะเริ่มจาก
                ก. ออกคำสั่งเตรียม                                            ข. การวางแผนขั้นต้น
                ค. ทำแผนให้สมบูรณ์                                 ง. รับภารกิจ, วิเคราะห์ภารกิจ*
๓๑๗. การลาดตระเวนหาข่าวนั้นแบ่งเป็นลาดตระเวนหาข่าวเป็นพื้นที่และหาข่าวเป็นจุด ภารกิจเพื่อ
                ก. รวบรวมข่าวสาร                                          ข. ทำลายที่ตั้งข้าศึก                                                                          ค. จับกุม ข้าศึก                                                     ง. ปลดปล่อยเชลยศึก
๓๑๘. จุดนัดพบที่หน่วยลาดตระเวนที่ใช้หยุดเพื่อเตรียมการปฏิบัติ   ณ ที่หมาย คือ
                ก. จุดนัดพบขั้นต้น                                            ข. จุดนัดพบระบบนาฬิกา                                                               ค. จุดนัดพบระหว่างทาง                                        ง. จุดนัดพบ ณ ที่หมาย
๓๑๙. คำสั่งยุทธการมีกี่ข้อ
                . ๓      ข้อ                                                           ข.   ๔    ข้อ                                                                                        ค. ๕    ข้อ                                                           ง.   ๖     ข้อ
๓๒๐.   เมื่อตั้งฐาน ลาดตระเวนแล้วไม่ควรอยู่ในฐานลาดตระเวนนานเกินกว่ากี่ชั่วโมง
                ก.   ๑๒    ชม.                                                    ข.   ๒๔   ชม.                                                                                     ค.   ๓๖    ชม                                                      ง.    ๔๘      ชม.
๓๒๑.   ข้อใดไม่ใช่หลักพิจารณาในการเลือกที่ตั้งฐาน ลาดตระเวน
                ก. ควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำ                                     ข. เป็นที่ปกปิดปลอดภัย
                ค. ต้องเป็นที่สามารถหลับนอนได้               ง.   อยู่ในหุบเขา
๓๒๒. การเตรียมพร้อมภายในฐาน ลาดตระเวนควรกระทำในเวลาใด
                ก. ตอนเช้าและตอนกลางวัน                          ข. ตอนกลางวันและตอนเย็น
                ค. ตอนเย็นและตอนมืด                                  ง.   ตอนเช้าและตอนเย็น
๓๒๓. การปรับวงรอบฐานลาดตระเวนใครทำการตรวจครั้งแรก
                ก. ผบ.หน่วยลาดตระเวน                                  ข. รอง ผบ.หน่วยลาดตระเวน
                ค. ผบ.ส่วนโจมตี                                 ง. ผบ. ส่วนสนับสนุน
๓๒๔. ฐานลาดตระเวนควรห่างจากเส้นทางอย่างน้อย กี่เมตร
                ก.   ๕๐ เมตร                                                      ข.   ๑๐๐   เมตร                                                                                  ค.   ๑๕๐   เมตร                                                 ง.   ๒๐๐   เมตร
๓๒๕. ชนิดของการลาดตระเวน มีกี่ชนิด
                ก. ๒  ชนิด                                                          ข. ๓ ชนิด
                ค. ๔ ชนิด                                                          ง. ๕ ชนิด
๓๒๖. การลาดตระเวนหาข่าวและการลาดตระเวนรบจะแตกต่างกันที่ใด
‏א.           ขนาดของหน่วย                                         ข. อาวุธยุทโธปกรณ์
.    การปฏิบัติ ณ ที่หมาย                             ง. ถูกทุกข้อ
 
๓๒๗. การตั้งฐานลาดตระเวนแบ่งการปฏิบัติออกเป็นกี่ขั้นตอน
                ก. ๕ ขั้นตอน                                                    ข. ๖ ขั้นตอน
                ค. ๗ ขั้นตอน*                                                  ง. ๘ ขั้นตอน
๓๒๘. หน่วยลาดตระเวน คืออะไร
‏א.           หน่วยทหารที่ออกไปปฏิบัติการรบ
‏ב.          หน่วยทหารที่ผู้บังคับบัญชาเลือกไปปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ
‏ג.             หน่วยแยกที่จัดขึ้นและถูกส่งออกมาจากหน่วยที่ใหญ่กว่าเพื่อปฏิบัติการลาดตระเวน
‏ד.           ถูกทุกข้อ
๓๒๙. การจัดหน่วยลาดตระเวนแบ่งออกเป็นกี่แบบ
                ก. ๕ แบบ                                                          ข. ๔ แบบ
                ค. ๓ แบบ                                                          ง. ๒ แบบ
๓๓๐. ข้อใดไม่ใช่จุดนัดพบของการลาดตระเวนพื้นที่
                ก. จุดนัดพบขั้นต้น                                            ข. จุดนัดพบระหว่างทาง
                ค. จุดนัดพบ ณ ที่หมาย                                 ง. จุดนัดพบระบบนาฬิกา
๓๓๑. มาตรการในการระวังป้องกันสำหรับการเตรียมพร้อมตามปกติใช้เวลาประมาณเท่าใด?
                ก. ๑ ชั่วโมง                                                       ข. ๒ ชั่วโมง
                ค. ๓ ชั่วโมง                                                      ง. ๒๔ ชั่วโมง
๓๓๒. ฐานการลาดตระเวนคืออะไร
‏א.          ฐานที่ตั้งของหน่วยทหารเพื่อปฏิบัติการรบ
‏ב.          ฐานที่ใช้สำหรับพักผ่อนในขณะที่ทำการรบ
‏ג.             านปฏิบัติชั่วคราวซึ่งตั้งโดยหน่วยทหารขนาดเล็กระดับกองร้อยทหารราบลงไป
‏ד.           ถูกทุกข้อ
๓๓๓. พื้นที่ซึ่งหน่วย ลว.เข้ามารวมกันเมื่อกระจายกำลังก่อนออกจากแนวทหารฝ่ายเดียวกันเรียกว่าอะไร
                ก. จุดนัดพบ                                                         ข. จุดนัดพบขั้นต้น
                ค. จุดนัดพบระหว่างทาง                                   ง. จุดนัดพบ ณ ที่หมาย
๓๓๔. หลักสำคัญที่จะทำให้การ ลว.ประสบความสำเร็จคือข้อใด
                ก. การวางแผนอย่างละเอียด                                            ข. การ ลว.โดยละเอียด
                ค. การควบคุมและการระวังป้องกันที่แน่นอน          ง. ถูกทุกข้อ
๓๓๕. การนำหน่วย ลว.กลับเข้าฐานในลักษณะเป็นรูปขบวนแถวตอนเรียงหนึ่ง เคลื่อนที่เข้าจุดศูนย์กลางของฐาน กำหนดบุคคลที่จะกลบเกลื่อนร่องรอย และทิ้งยามคอยเหตุไว้เพื่อป้องกันข้าศึกแกะรอยอยู่ในลำดับขั้นในการจัดตั้งฐาน ลว.ที่เท่าใด
                ก. ขั้นที่ ๑                                                             ข. ขั้นที่ ๒
                ค. ขั้นที่ ๓                                                             ง. ขั้นที่ ๔
 
๓๓๖. ลำดับขั้นในการจัดตั้งฐาน ลว. แบ่งออกเป็น ๗ ขั้น อยากทราบว่า ลำดับขั้นที่ ๕ คือข้อใด
                ก. การ ลว.หาที่ตั้งฐาน ลว.                                               ข. ที่ตั้งยามคอยเหตุ ที่ฟังการณ์
                ค. การ ลว.รอบฐาน                                                            ง. การนำกำลังเข้าฐาน ลว.
๓๓๗. หน่วยแยกที่จัดส่งออกไปจากหน่วยใหญ่เพื่อปฎิบัติภารกิจที่ได้รับมอบในการรบเรียกว่าอะไร
.     ยุทธวิธี                                                                        ข. การลาดตระเวน
. การปฎิบัติการหาข่าว                                                   ง. ถูกทุกข้อ
๓๓๘. การลาดตระเวนเป็นสิ่งสำคัญและมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติการรบ เหตุผลที่ต้องทำการลาดตระเวน เพื่ออะไร
. ต้องการทราบข่าวสารเกี่ยวกับข้าศึก                          ข. ระวังป้องกันหน่วยของตนเอง
                ค. ทำให้ได้รับผลดีต่อปฏิบัติการรบ                               ง.    ถูกทุกข้อ
๓๓๙. การลาดตระเวนแบ่งออกตามภารกิจเป็น ๒ ชนิด
                ก. ลาดตระเวนหาข่าว , ลาดตระเวนรบ        
. ลาดตระเวนเป็นจุด, ลาดตระเวนเป็นพื้นที่
                ค. ลาดตระเวนระยะใก้ล , ลาดตระเวนระยะไกล       
. ลาดตระเวนตีโฉบฉวย ,ลาดตระเวน   ซุ่มโจมตี
๓๔๐. จุดนัดพบของหน่วยลาดตระเวนมี   ๓   ชนิด
‏א.            จุดนัดพบขั้นต้น, จุดนัดพบระหว่างทาง, จุดนัดพบ ณ ที่หมาย
‏ב.          จุดนัดพบเริ่มต้น, จุดนัดพบระหว่างทาง, จุดนัดพบ ณ ที่หมาย
‏ג.             จุดนัดพบขั้นต้น, จุดนัดพบระหว่างทาง, จุดนัดขั้นสุดท้าย
              ง.   จุดนัดพบขั้นต้น, จุดนัดพบตามสถานการณ์, จุดนัดพบ ณ ที่หมาย                           
๓๔๑. มาตรการควบคุมภายในหน่วยลาดตระเวน ผบ.หน่วยลาดตระเวนใช้มาตรการควบคุมอย่างไร
                ก.   ท่าสัญญาณ                                                                   ข.    สื่อคำสั่ง
                ค.   สั่งวาจา                                                                          ง.     ถูกหมดทุกข้อ
๓๔๒. ฐานลาดตระเวนเป็นฐานลาดตระเวนชนิดใด
                ก.   ถาวร                                                                               ข.    กึ่งถาวร
                ค.   ชั่วคราว                                                                         ง.     ดัดแปลงพื้นที่
๓๔๓. หลักการเลือกฐานลาดตระเวน ผบ.หน่วยลาดตระเวนจะต้องพิจารณาเลือกพื้นที่อย่างไร
                ก.   ปกปิด – ปลอดภัย                                                       ข.    ปกปิด - ซ่อนเร้น
.   ซ่อนเร้น – ปลอดภัย                                                  ง.     ปกปิด – กำบัง
๓๔๔. ความมุ่งหมายในการตั้งฐานลาดตระเวนเพื่ออะไร
                ก.   พักผ่อน                                                                         ข.    รอรับการส่งกำลังบำรุง
                ค.   การติดต่อสื่อสาร                                                         ง.     ถูกทุกข้อ
 
 
๓๔๕. ลำดับขั้นในการตั้งฐานลาดตระเวน ๗    ขั้น อยากทราบขั้นที่ ๑ คืออะไร
                ก.   การลาดตระเวนหาพื้นที่ตั้งฐาน                               ข.    การเข้าฐานลาดตระเวน
                ค.     การระวังป้องกัน                                                       ง.       การปรับวงรอบฐาน
วิชารอง วิชา โครงการพระราชดำริ
๓๔๖. ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ขึ้นครองสิริราชสมบัติ ประเทศไทยอยู่ในช่วงที่ฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ อันเนื่องมาจากสงครามใด
                ก. สงครามโลกครั้งที่ 1                                                   ข. สงครามโลกครั้งที่ 2
                ค. สงครามเย็น                                                                   ง. ไม่มีข้อใดถูก
๓๔๗. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ณ วันที่เท่าใด พ.ศ.ใด
                ก. 7 มิถุนายน 2489                                                        ข. 8 มิถุนายน 2489
                ค. 9 มิถุนายน 2489                                                        ง. 10 มิถุนายน
๓๔๘. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช    เสด็จศึกษาต่อที่ประเทศใด
                ก. สวิสเซอร์แลนด์                                                            ข. เนเธอร์แลนด์
                ค. ฝรั่งเศส                                                                           ง. อังกฤษ
๓๔๙. โครงการตามพระราชประสงค์ หมายถึงข้อใด
                ก. โครงการที่ช่วยเหลือชาวเขา                                       ข. โครงการที่ทรงศึกษาปฏิบัติส่วนพระองค์
                ค. โครงการบ้านเอื้ออาทร                                                ง. ถูกทุกข้อ
๓๕๐. โครงการหลวง หมายถึงข้อใด
                ก. โครงการที่ช่วยเหลือชาวเขา                                       ข. โครงการที่ทรงศึกษาปฏิบัติส่วนพระองค์
                ค. โครงการบ้านเอื้ออาทร                                                ง. ถูกทุกข้อ
๓๕๑. โครงการในพระบรมราชานุเคราะห์ หมายถึงข้อใด
                ก. โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค                                            
. โครงการมุ่งพัฒนาชาวเขา
                ค. โครงการที่พระองค์พระราชทานแนะนำและแนวพระราชดำริ
                ง. ไม่มีข้อใดถูก
๓๕๒. โครงการพระราชดำริ หมายถึงข้อใด
                ก. โครงการที่วางแผนพัฒนาให้ภาครัฐและส่วนราชการร่วมดำเนินการตามพระราชดำริ
                ข. โครงการพัฒนาชาวเขา
                ค. โครงการที่ทรงศึกษาปฏิบัติส่วนพระองค์
                ง. ข้อ ข. และ ค. ถูก
๓๕๓. โครงการตามพระราชดำริ ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเรียกว่า
                ก. โครงการพระราชดำริ                                                                  ข. พระราชดำริโครงการ
                ค. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ                                      ง. ข้อ ข. และ ค. ถูก
 
๓๕๔. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ถึง พ.ศ. 2546 โครงการตามพระราชดำริ มีจำนวนกี่โครงการ
                ก. 3200 โครงการ                                                                             ข. 3298 โครงการ
                ค. 4500 โครงการ                                                                             ง. 4298 โครงการ
๓๕๕. สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการพระราชดำริ มีชื่อย่อว่าอะไร
                ก. สำนักงาน ภปร.                                                                          ข. สำนักงาน คปร.
                ค. สำนักงาน จปร.                                                                           ง. สำนักงาน กปร.
๓๕๖. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
                ก. สำรวจโครงการ                                                                             ข. ศึกษาโครงการ
                ค. วิเคราะห์โครงการ                                                                        ง. ไม่มีข้อใดถูก
๓๕๗. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แยกได้เป็นกี่ประเภท
                ก. 5 ประเภท                                                                                     ข. 7 ประเภท                                                     ค. 9 ประเภท                                                                                     ง. 11 ประเภท
๓๕๘. โครงการด้านการเกษตร มุ่งเน้นสิ่งใดเป็นสำคัญ
                ก. รายได้                                                                                              ข. สิ่งแวดล้อม
                ค. ให้เกษตรสามารถพึ่งตังเองได้                                                   ง. ไม่มีข้อใดถูก
๓๕๙. โครงการด้านสาธารณสุข คือโครงการใด
                ก. โครงการแพทย์พระราชทาน                                                     ข. โครงการอบรมหมอหมู่บ้าน
                ค. โครงการพัฒนาด้านการเกษตร                                                 ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก
๓๖๐. โครงการใดคือโครงการด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ
                ก. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก
                ข. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อรักษาต้นน้ำลำธาร
                ค. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการผลิตไฟฟ้าพลังงาน
                ง. ถูกทุกข้อ
๓๖๑. โครงการบรรเทาอุทกภัย จัดอยู่ในโครงการพระราชดำริด้านใด
                ก. สิ่งแวอล้อม                                                                                    ข. ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ
                ค. ด้านการคมนาคม                                                                          ง. ด้านการส่งเสริมอาชีพ
๓๖๒. การปลูกหญ้าแฝก เพื่อรักษาหน้าดิน จัดอยู่ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านใด
                ก. ด้านคมนาคม                                                                                 ข. ด้านการเกษตร
                ค. ด้านการส่งเสริมอาชีพ                                                                                ง. ด้านสิ่งแวดล้อม
๓๖๓. ศูนย์การศึกษาพัฒนาเขาหินซ้อน มีหน้าที่หลักศึกษาอะไร
                ก. ปรับปรุงและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของดินและน้ำ        ข. ศึกษาพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม
                ค. เป็นศูนย์ทดลองงานพัฒนาการเกษตร           ง. ศึกษาพื้นที่ต้นน้ำลำธารเนื่องจากมีการทำลายป่า
 
๓๖๔. ศูนย์การศึกษาพัฒนาภูพาน มีหน้าที่หลักอะไร
                ก. ปรับปรุงและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของดินและน้ำ
                ข. ศึกษาพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม
                ค. เป็นศูนย์ทดลองงานพัฒนาการเกษตร    
                ง. ศึกษาพื้นที่ต้นน้ำลำธารเนื่องจากมีการทำลายป่า
๓๖๕. ศูนย์การศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน ตั้งอยู่ที่ใด
                ก. ฉะเชิงเทรา                                                                                    ข. นราธิวาส
                ค. จันทบุรี                                                                                           ง. ชะอำ
๓๖๖. นโยบายหลักของกองทัพบกกับการพัฒนาเศรษฐกิจ คือ
                ก. เสริมสร้างระบอบประชาธิปไตย                              ข. ส่งเสริมสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
                ค. สนับสนุนโครงการพระราชดำริทุกโครงการ         ง. ข้อ ข. และ ค. ถูก
๓๖๗. นโยบายหลักของกองทัพกับการพัฒนาด้านการเมือง คืออะไร
                ก. เสริมสร้างระบอบประชาธิปไตย              ข. ส่งเสริมสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
                ค. สนับสนุนโครงการพระราชดำริทุกโครงการ                         ง. ข้อ ข. และ ค. ถูก
๓๖๘. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 20 ตั้งอยู่จังหวัดใด
                ก. นครศรีธรรมราช                                                                          ข. พะเยา
                ค. เชียงใหม่                                                                                        ง. ชุมพร
๓๖๙. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 และ 30 อยู่จังหวัดใด
                ก. นครศรีธรรมราช                                                                          ข. พะเยา
                ค. เชียงใหม่                                                                                        ง. ชุมพร
๓๗๐. โครงการแรกของโครงการพระราชดำริ คือข้อใด
                ก. โครงการฝนหลวง                                                                        ข. โครงการปลาหมอเทศจากปีนัง
                ค. โครงการกังหันชัยพัฒนา                                                           ง. โครงการแก้มลิง
วิชา ทหารกับบทบาทของกองทัพตามรัฐธรรมนูญ 
๓๗๑. ข้อใดคือสิ่งสำคัญที่สุดของการปกครองระบอบประชาธิปไตย
                ก. การเลือกตั้ง                                                    ข. ประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพในการดำเนินชีวิต
                ค. อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน           ง. การมีนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ
๓๗๒. ข้อใดไม่ใช่หลักพื้นฐานของประชาธิปไตย
                ก. การมีส่วนร่วม                                               ข. การใช้เหตุผล
                ค. การใช้เสียงข้างมาก                                      ค. การนับถือศาสนาหรือมีความเชื่อเดียวกัน
๓๗๓. การใช้สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง ( one man one vote ) เป็นการใช้ลักษณะพื้นฐานของหลักความเสมอภาคในข้อใด
                ก. ความเสมอภาคในทางศักดิ์ศรี                    ข. ความเสมอภาคในทางโอกาส
                ค. ความเสมอภาคในทางการเมือง ง. ความเสมอภาคในฐานะเป็นมนุษย์
๓๗๔. วิธีใด ที่เป็นการแสดงการมีส่วนร่วมในการแสวงหาความเห็นในสังคม
                ก. การโต้เถียง                                                     ข. การอภิปราย
                ค. การลงประชามติ                                           ง. ถูกทุกข้อ
๓๗๕. ข้อใดคือเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย
               ก. นายนิดเปิดวิทยุภายในบ้านตน แต่เสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน
           ข. นายหน่อยเขียนจดหมายแสดงความคิดเห็น เรื่องการเมืองไปยังหนังสือพิมพ์
. นายน้อยทิ้งขยะลงบนถนนสาธารณะหน้าบ้านของตน
ง    นายนาเดินเปลือยผ้าไปตามถนนวิภาวดี
๓๗๖. ตามหลักการใช้เสียงข้างมาก เมื่อเสียงข้างมากลงมติแล้ว เสียงข้างน้อยต้องทำอย่างไร
                ก. ยอมรับและปฏิบัติ                                        ข. ประท้วง
                ค. ฟ้องศาล                                                          ง. โวยวาย
๓๗๗. การปกครองระบบรัฐสภา มีประเทศใดเป็นแม่แบบ
                ก. อังกฤษ                                                            ข. อเมริกา                                                                                           ค. ฝรั่งเศส                                                           ง. เยอรมัน
๓๗๘. ระบบการปกครองใดที่มีประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้
                ก. ระบบรัฐสภา                                                 ข. ระบบประธานาธิบดี
                ค. ระบบกึ่งรัฐสภากึ่งประธานาธิบดี             ง. ระบบเผด็จการ
๓๗๙. ในอำนาจอธิปไตยนั้น พระมหากษัตริย์จะใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านองค์กรใด
                ก. ศาล                                                                  ข. นายกรัฐมนตรี                                                                               ค. คณะรัฐมนตรี                                                ง. รัฐสภา
๓๘๐. ข้อใดถือเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
                ก. พระราชกำหนด                                            ข. พระราชบัญญัติ
                ค. รัฐธรรมนูญ                                                   ง. พระราชกฤษฎีกา
๓๘๑. สภาผู้แทนราษฎร มีจำนวนทั้งสิ้นกี่คน
                ก. ๓๐๐ คน                                                        ข. ๔๐๐ คน                                                                                        ค. ๕๐๐ คน                                                        ง. ๖๐๐ คน
๓๘๒. ข้อใดเป็นปัญหาที่ส่งผลให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ
.   การทุจริตการเลือกตั้ง                                                
. นายารัฐมนตรีขาดภาวะการเป็นผู้นำ
                ค. การเลือกสรรคนเข้าสู่การเมืองใช้ระบบเงินเป็นส่วนใหญ่
                ง. ถูกทุกข้อ
๓๘๓. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของกองทัพบกตามรัฐธรรมนูญ
                ก. การรักษาและป้องกันประเทศ                   ข. การเข้าแทรกแซงการเมืองการปกครอง
                ค. การพัฒนาประเทศ                                       ง. การรักษาความมั่นคงของชาติ
๓๘๔. การรับราชการทหารถือเป็นสิ่งใดที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
                ก. สิทธิประชาชน                                             ข. เสรีภาพของประชาชน
                ค. ความเสมอภาคของประชาชน                   ง. หน้าที่ของประชาชน
๓๘๕. ข้อใดเป็นความเข้าใจผิดของการเรียนวิชาทหาร
‏א.           การเรียนวิชาทหารเป็นการหนีทหาร
‏ב.          การเรียนวิชาทหารเป็นการพัฒนาความรู้ ความสามารถในด้านทหาร
‏ג.             ารเรียนวิชาทหารเป็นการสนับสนุนให้กองทัพมีความพร้อม
‏ד.           การเรียนวิชาทหารคือการฝึกป้องกันประเทศ
๓๘๖. ข้อใดผิด
‏א.           บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ
‏ב.          ทหารจะเคารพในกฎระเบียบที่ควรปฏิบัติต่อหน่วยทหารด้วยกันเท่านั้น
‏ג.             กำลังสำรองเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนกองทัพ
‏ד.           ทหารมีหน้าที่หลักคือป้องกันประเทศ
วิชา การพัฒนาสังคมและชุมชน
๓๘๗. ข้อใดอธิบายถึงกระบวนการสื่อความหมาย ได้อย่างถูกต้องที่สุด
                ก. ทำให้เกิดความเข้าใจ หรือรู้ความประสงค์กันและกัน
                ข. การคมนาคม
                ค. การสื่อสาร
                ง. การบำบัดความต้องการ
๓๘๘. องค์ประกอบของกระบวนการสื่อสาร แบ่งเป็นกี่ประเภท
                ก. ๒ ประเภท                                                                   ข. ๓ ประเภท                                                                    ค. ๔ ประเภท                                                                    ง. ๕ ประเภท
๓๘๙. ข้อใดไม่ใช่ องค์ประกอบของกระบวนการสื่อสาร      
                ก. ที่มา                                                                                 ข. เนื้อความ                                                                        ง. สัญลักษณ์                                                                       ง. เป้าหมาย
๓๙๐. ข้อใดเป็นลักษณะของเนื้อความในองค์ประกอบของกระบวนการสื่อสาร
                ก. บุคคลที่กำลังมองดู                                                       ข. ฝูงชน
                ค. คน ๆ หนึ่งที่ฟังวิทยุ                                                    ง. รูปภาพและสัญลักษณ์ต่อต่าง ๆ
๓๙๑. ในสังคมในปัจจุบัน ข้อใดถือเป็นกระบวนการสื่อความหมายบ้าง
                ก. ป้ายโฆษณา                                                                    ข. รายการโทรทัศน์                                                           ค. อินเตอร์เน็ต                                                                   ง. ถูกทุกข้อ
๓๙๒. ข้อใดจัดเป็นเงื่อนไข ของกระบวนการสื่อความหมาย
                ก. ต้องมีความเข้าใจในเรื่องที่ติดต่อบ้าง                       ข. เชื้อชาติและสีผิว
                ค. ฐานะทางการเงิน                                                         ง. ถูกทุกข้อ
๓๙๓. ในกระบวนการสื่อความหมายของชนชาติไทย การยกมือไหว้หมายถึงอะไร
                ก. ขนบธรรมเนียมประเพณี                                            ข. ระบอบประชาธิปไตย
                ค. การแสดงการเคารพ                                                     ง. สัญลักษณ์
๓๙๔. ข้อใดให้คำจำกัดความของ “ ภาษา” ตามหลักกระบวนการสื่อความหมาย ได้ถูกต้องที่สุด
                ก. กฎเกณฑ์ ศัพย์และความนึกคิดเบื้องหลังไม่เหมือนกัน
                ข. สัญลักษณ์อย่างหนึ่งอย่างใด
                ค. ระบอบการปกครองชนิดหนึ่ง
                ง. การมองเห็น
๓๙๕. ในหลักเรื่องระดับการเข้าถึงใจ ความเข้าใจในการติดต่อสื่อสาร ขึ้นอยู่กับสิ่งใดเป็นหลัก
                ก. ระดับความยากง่ายของเรื่องที่เกี่ยวข้อง                   ข. ระดับการศึกษา
                ค. ความสนใจและพื้นฐานทางบุคคล                            ง. ถูกทุกข้อ
๓๙๖. ในสังคมปัจจุบัน สื่อมวลชนมีบทบาทมากมายในสังคม ทั้งทางด้าข้อมูลข่าวสาร , แฟชั่น ฯลฯ อยากทราบว่า สื่อมวลชนใช้หลักอะไรในการควบคุมมวลชน
                ก. หลักประชาธิปไตย                                                       ข. หลักการโฆษณา
                ค. หลักวัตถุนิยม                                                                ง. หลักจิตวิทยา
๓๙๗. ความสำเร็จของกระบวนการสื่อความหมาย ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดเป็นสำคัญ
                ก. เนื้อความ                                                                        ข. การโฆษณา
                ค. เป้าหมาย                                                                        ง. ผลสำเร็จ
๓๙๘. การตีความหมายของกระบวนการสื่อความหมายของแต่ละบุคคล ปัจจัยอะไรบ้างที่เป็นหลักสำคัญ
                ก. มูลเหตุ , ฐานะการเงิน , การโฆษณา
                ข. ทัศนะคติ , ความคาดหมาย , อารมณ์
                ค. อารมณ์ , มูลเหตุ , ฐานะทางเศรษฐกิจ
                ง. ความสนใจ , ประสบการณ์ , สุขภาพ
๓๙๙. การเข้าข้างตนเอง เป็นลักษณะอย่างหนึ่งของจิตใจมนุษย์ ข้อใดแสดงออกถึงการเข้าข้างตนเอง ในกระบวนการสื่อความหมายได้ดีที่สุด
                ก. สื่อบิดเบือนความจริงเรื่องนักการเมืองที่หนุนหลังตนเอง
                ข. สมจิตรกินอาหารที่ตนเองชอบเพียงอย่างเดียว
                ค. สมตึกม่ยอมอ่านหนังสือพิมพ์ที่ดจมตีนักการเมืองที่ชื่นชอบ
                ง. สมถวิลสนใจแต่ศิลปะอย่างเดียว
๔๐๐. ข้อในอธิบายถึง “สื่อ” ได้ดีและถูกต้องที่สุด
                ก. หนังสือพิมพ์                                                                 ข. วิทยุ
                ค. ใบปลิว                                                                            ง. การนำสารออกสู่ระบบ
 
 
๔๐๑. สื่อแบ่งออกเป็นทั้งหมด ๔ กลุ่ม ข้อใดถูกต้องที่สุด
                ก. คำพูด , สื่อพิมพ์ , เครื่องมืออิเล็กทรอนิคส์ , การแสดง
                ข. คน , ประเพณี , ธรรมเนียม , สาระเนื้อหา
                ค. สื่อมวลชน , นักข่าว , หนังสือพิมพ์ , นิตยสาร
                ง. สิ่งพิมพ์ , การแสดง , ประเพณี , ความชื่อ
๔๐๒. ข้อใดไม่ใช่หลักในการเลือกสื่อ
                ก. เหมาะสมกับกลุ่มเป้าเหมาย                                       ข. ตามใจมหาชน
                ค. เนื้อหาเหมาะสม                                                          ง. ถ่ายทอดกระจายเนื้อหาสะดวก
๔๐๓. ข้อใดคือข้อด้อยของสื่อ “ คำพูด”
                ก. ประหยัด                                                                         ข. รวดเร็วทันความต้องการ
                ค. เรื่องซับซ้อนจะล้มเหลว                                             ง. ปรับเนื้อหาได้ง่าย
๔๐๔. ข้อใดเป็นข้อด้อย ของสื่อประเภท “สิ่งพิมพ์”
                ก. ข้อมูลล้าสมัยง่าย                                                           ข. ดึงดูดความสนใจง่าย
                ค. ใช้อ้างอิงได้                                                                   ง.  เป้าหมายทำการทบทวนได้
๔๐๕. ข้อใดไม่ใช่ประเภทของวัสดุสิ่งพิมพ์
                ก. หนังสือพิมพ์                                                                 ข. สิ่งพิมพ์เฉพาะกิจ        
                ค. อินเตอร์เน็ตคาแฟ่                                                        ง. นิตยสารและวารสาร
๔๐๖. จอร์จ เอ มิลเลอร์ ได้ให้บทนิยามของทักษะการสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ว่าอย่างไร
                ก. เป็นการแสดงกิริยาสัมพันธ์ทางสังคมโดยใช้สัญลักษณ์ระบบสาร
                ข. ถ่ายทอดข่าวสารจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
                ค. เป็นปฏิกิริยาตอบกลับในรูปแบบต่าง ๆ
                ง. มีความเข้าใจร่วมกันต่อกระบวนการสื่อต่าง ๆ
๔๐๗. การสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ในด้านต่าง ๆ อาจจะถือเป็นการสื่อสาร ข้อใดไม่เป็นการสนองความต้องการขั้นพื้นฐานในลักษณะการสื่อสาร
                ก. แสดงบทบาทฐานะทางสังคม                                    ข. แสดงออกทางวัฒนธรรม
                ค. ต้องมีปฏิกิริยาตอบกลังเสมอ                                     ง. เพื่อความต้องการพื้นฐานทั้งร่างกายและจิตใจ
๔๐๘. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการสื่อสาร
. ทำให้มีสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข้าง                             ข. ทำให้เกิดการแสดงออกทางวัฒนธรรม
. ทำให้เกิดสงครามได้                                                    ง. ทำให้เกิดความสามัคคีกันและกัน
๔๐๙. กลุ่มของสัญลักษณ์ที่ถูกสร้างขึ้นในลักษณะที่มีความหมายต่อคน ใช้เป็นสารที่ผู้ส่งสารออกไปเพื่อถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก ความต้องการตามวัตถุประสงค์ของผู้ที่ทำการสื่อสาร ตามบทความนี้คือนิยามของสิ่งใด
. การเข้ารหัส                                                                    ข. สื่อมวลชน
. ภาษาสัญลักษณ์                                                             ง. วัฒนธรรมสื่อ
วิชา การปฐมพยาบาลและเวชกรรมป้องกัน
๔๑๐. ข้อใดไม่ใช่วิธีการป้องกันโรคแบ่งตามระบบของการเกิดโรค
                ก. การส่งเสริมสุขภาพ                                                     ข. การวินิจฉัยและการรักษาโรค
                ค. การฟื้นฟูสมรรถภาพ                                                   ง. การควบคุมร่างกาย
๔๑๑. ข้อใดเป็นการส่งเสริมสุขภาพ
                ก. การนวดตัวด้วยเครื่องไฟฟ้า                                      
. การสวมใส่แว่นตากันแดด
                ค. การออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่เหมาะสม การงดสูบบุหรี่
                ง. การไปพบแพทย์ตรวจร่างกาย
๔๑๒. ข้อใดเป็นการวินิจฉัยและรักษาโรค
                ก. การไปพบแพทย์ตรวจรักษาโรค                               
                ข. การออกกำลังกายให้เหมาะสมกับเพศ วัย
                ค. เลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในแต่ละมื้อ
                ง. งดบุหรี่ สุรา สารเสพติด การพนันและการสำส่อนทางเพศ
๔๑๓. ข้อใดไม่จัดอยู่ใน 3 องค์ประกอบที่ทำให้เกิดโรค
                ก. คน                                                                                   ข. สิ่งที่ทำให้เกิดโรค
                ค. เทคโนโลยี                                                                     ง. สิ่งแวดล้อม
๔๑๔. สภาพที่สมบูรณ์ทางร่างกาย จิตใจ และสังคม หมายถึงอะไร
                ก. เวชกรรมป้องกัน                                                          ข. สุขภาพ
                ค. การฟื้นฟูสมรรถภาพ                                                   ง. การวินิจฉัยโรค
๔๑๕. ข้อใดไม่จัดอยู่ในสุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ
                ก. ดูแลรักษาร่างกายของใช้ให้สะอาด
                ข. ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทางอาหารและหลังขับถ่าย
                ค. สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น
                ง. ไปปฏิบัติตามกฎจราจร
๔๑๖. วิธีการออกกำลังกายควรปฏิบัติอย่างน้อยสัปดาห์ละกี่ครั้ง และติดต่อกันกี่นาที
                ก. อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 – 5 ครั้ง ติดต่อกัน 15 – 20 นาที
                ข. อย่างน้อยวันละ 2 – 3 ครั้ง ติดต่อกัน 30 นาที
                ค. นานเท่าใดก็ได้ขึ้นอยู่กับความพอใจ
                ง. ควรปฏิบัติให้มากที่สุด
 
 
 
 
๔๑๗. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการออกกำลังกาย
                ก. มีส่วนช่วยป้องกันรักษาและฟื้นฟูทั้งทางกายและทางจิต
                ข. กล้ามเนื้อจะเมื่อยล้า อ่อนเพลีย
                ค. ช่วยให้ระบบหัวใจ ปอด และหลอดเลือดทำงานดีขึ้น
                ง. ชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย
๔๑๘. การดันพื้นและการลุกนั่ง เป็นการออกกำลังกายแบบใด
                ก. แบบแอโรบิก                                                                 ข. แบบชีวจิต
                ค. แบบลดน้ำหนัก                                                             ง. การบริหารร่างกาย
๔๑๙. ข้อใดไม่ใช่วิธีการออกกำลังกายแบบแอโรบิก
                ก. เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ๆ                                                     ข. พักผ่อน เดินช็อบปิ่ง
                ค. ถีบจักรยาน ว่ายน้ำ                                                      ง. กรรเชียงเรือ กระโดดเชือก
๔๒๐. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์สำคัญของการช่วยชีวิตเบื้องต้น
                ก. ช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงขึ้น
                ข. เปิดทางเดินหายใจให้ปอดทำงานดีขึ้น
                ค. ช่วยให้หัวใจและสมองได้รับออกซิเจน
                ง. ให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตได้ทำงานดีขึ้น
๔๒๑. ข้อใดไม่ใช่หลักการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ
                ก. ไม่เร็ว ไม่หนักมาก                                                                     ข. ออกกำลังกายได้แต่ต้องพักเป็นระยะๆ
                ค. การเหวี่ยง การกระแทกได้เต็มที่                                              ง. ไม่มีการกลั้นหายใจ
๔๒๒. ข้อใดไม่ถูกต้องตามหลักการช่วยชีวิต
                ก. ตรวจดูปากและจมูกของผู้ป่วยว่ามีสิ่งอุดตันหรือไม่
                ข. เป่าลมเข้าปากผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องปิดจมูกเสมอไป
                ค. ช่วยการหายใจสลับกับการนวดหัวใจ อัตราส่วน 2 ต่อ 15 ครั้ง
                ง. ตรวจการหายใจและการเต้นของชีพจร
๔๒๓. การช่วยผู้ป่วยหายใจจะไม่เกิดประโยชน์ถ้ามีอาการอย่างใด
                ก. ออกซิเจนถูกนำไปเลี้ยงสมองและอวัยวะส่วนอื่น ๆ
                ข. ผู้ป่วยยังมีการไหลเวียนของโลหิต
                ค. หัวใจของผู้ป่วยหยุดเต้น
                ง. ออกซิเจนเข้าสู่ปอดของผู้ป่วย
๔๒๔. ข้อใดไม่จัดว่าเป็นบาดแผล
                ก. จากการถูกทำลายของผิวหนัง                                                    ข. ลึกลงไปถึงชั้นผิวหนัง
                ค. อวัยวะแยกจากกันด้วยสาเหตุต่าง ๆ                                         ง. จุกเสียด คลื่นไส้ อาเจียน
 
 
๔๒๕. บาดแผลแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ อะไรบ้าง
                ก. บาดแผลปิด บาดแผลเปิด                                                           ข. บาดแผลใน บาดแผลนอก
                ค. บาดแผลเข้า บาดแผลออก                                                         ง. บาดแผลบน บาดแผลล่าง
๔๒๖. ข้อใดไม่ใช่การปฐมพยาบาลผู้ที่มีบาดแผล
                ก. ยกอวัยวะที่มีบาดแผลให้สูงกว่าระดับหัวใจ                            ข. กดบนบาดแผลโดยตรง
                ค. ไม่ต้องทำการปฐมพยาบาลรอจนกว่าถึงมือแพทย์ ง. ใช้แรงกดบนเส้นเลือดใหญ่
๔๒๗. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการช็อก
                ก. เสียเลือด เสียน้ำจากร่างกายมาก                                ข. การหายใจเข้าออกสะดวก
                ค. ขาดออกซิเจน                                                                ง. จากการแพ้ยาหรือสารพิษ
๔๒๘. ข้อใดไม่ใช่ภาวะช็อกที่จะเกิดผลเสียต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย
                ก. หัวใจ                                                                               ข. ปอด ไต
                ค. ระบบทางเดินอาหาร                                                   ง. ระบบกระดูก
๔๒๙. ข้อใดไม่จัดอยู่ในการปฐมพยาบาลผู้ป่วยอาการช็อก
                ก. นอนราบ ศีรษะต่ำ ปลายเท้าสูง
                ข. ผู้ป่วยจะกระหายน้ำให้ดื่มน้ำได้
                ค. เปิดทางเดินหายใจให้โล่ง และช่วยเหลือการหายใจ
                ง. รีบนำส่งโรงพยาบาล
วิชา โรคเอดส์
๔๓๐. โรคเอดส์ เป็นกลุ่มอาการของโรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกัน ในร่างกายบกพร่อง ข้อใดไม่ใช่โรคที่จะเกิดขึ้น
                ก. เม็ดเลือดขาวบกพร่อง                                                  ข. โรคแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ไข้สูง
                ค. โรคฉกฉวยโอกาส เช่น มะเร็ง                                  ง. เม็ดเลือดแดงมาก
๔๓๑. โรคเอดส์ สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่
                ก. ไม่หายขาด                                                                     ข. หายขาดได้
                ค. มียารับประทาน                                                            ง. มีวัคซีน
๔๓๒. ข้อใดไม่ใช่ทางที่ติดต่อของโรคเอดส์
                ก. ทางเลือด                                                                         ข. ทางเพศสัมพันธ์
                ค. ทางยุงที่มีเชื้อกัด                                                           ง. ทางมารดาสู่ทารกในครรภ์
๔๓๓. การติดเชื้อของผู้ป่วยเอดส์ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงทางด้านใด
                ก. ทางเลือด                                                                         ข. ทางแม่สู่ลูก
                ค. ทางเพศสัมพันธ์                                                           ง. ทางเข็มและกระบอกฉีดยา
๔๓๔. ข้อใดไม่ใช่ผลกระทบของผู้ป่วยโรคเอดส์
                ก. เจ็บป่วยเรื้อรัง                                                                ข. สุขภาพแข็งแรง
                ค. เพิ่มภาระในการดูแล                                                   ง. สั่นคลอนความมั่นคงของชาติ
 
๔๓๕. เชื้อไวรัสเอดส์ สามารถแบ่งตัวในเซลล์ของคน ที่ใดบ้าง
                ก. เม็ดเลือดขาว เซลล์สมอง                                           ข. เม็ดเลือดขาว เซลล์สืบพันธุ์
                ค. เม็ดเลือดแดง เซลล์สมอง                                          ง. เม็ดเลือดแดง เซลล์เนื้อเยื่อ
๔๓๖. ความเป็นมาของโรคเอดส์ พบครั้งแรกในผู้ป่วยประเภทใด
                ก. ชายขายบริการ                                                               ข. ชายรักร่วมเพศเดียวกัน
                ค. หญิงขายบริการ                                                             ง. ชายจริงหญิงแท้
๔๓๗. ข้อใดไม่ควรปฏิบัติในชีวิตประจำวันของผู้ป่วยโรคเอดส์
                ก. คบหาสมาคมกับผู้อื่นได้
                ข. ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
                ค. ต้องระมัดระวังน้ำหลั่งต่าง ๆ เช่น น้ำลาย น้ำเหลือง
                ง. ร่วมเพศทางทวารหนัก
๔๓๘. ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดยาเสพติด มีแนวโน้มของการป่วยเป็นโรคเอดส์ ส่วนใหญ่เป็นเพศใด
                ก. เพศหญิง                                                                         ข. เพศชาย
                ค. เพศแฝง                                                                          ง. เท่าเทียมกัน
๔๓๙. ผู้ติดเชื้อเอดส์ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอะไร
                ก. ค้าขาย                                                                              ข. งานบ้าน
                ค. กรรมการ / รับจ้าง / ผู้ใช้แรงงาน                             ง. เกษตรกรรม
๔๔๐. ข้อใดไม่ใช่เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอดส์
                ก. โรคที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจ เช่น ปอดบวม วัณโรค
                ข. โรคที่เกิดจากระบบทางเดินอาหาร เช่น  อุจจาระร่วง
                ค. โรคที่เกิดจากต่อมน้ำเหลือง เช่น โตบริเวณใต้คอ รักแร้ ขาหนีบ
                ง. โรคที่เกิดจากระบบไขมัน ในร่างกายสูงขึ้น เช่น โคเลสเตอรอล
๔๔๑. การตรวจเลือดเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการวินิจฉัยโรคว่ามีการติดเชื้อเอดส์ ผลเลือดเป็นอย่างไร
                ก. ผลบวก                                                                            ข. ผลลบ
                ค. ผลไม่แน่นอน                                                               ง. ผลคูณ
๔๔๒. ช่องทางใดไม่มีการแพร่เชื้อโรคของเอดส์
                ก. ร่วมเพศกับผู้ติดเชื้อเอดส์                                            ข. งดการมีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่น
                ค. ใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อเอดส์     ง. แม่ที่ติดเชื้อเอดส์จากสามีหรือคู่นอน
๔๔๓. สิ่งที่ไม่ช่วยให้ติดเชื้อเอดส์ มีสุขภาพดี แข็งแรง และผ่อนคลาย ความเครียด
                ก. เสพสารเสพติด                                                             ข. เที่ยวผับ เที่ยวบาร์
                ค. การปลูกต้นไม้ รดน้ำ พรวนดิน                              ง. ดื่มสุรา
๔๔๔. อาการที่ชวนให้สงสัยว่าติดเชื้อเอดส์ คือข้อใด
                ก. ไข้หวัดใหญ่                                                                   ข. เหนื่อยหอบ
                ค. น้ำหนักลด                                                                     ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
๔๔๕. ข้อใดไม่ใช่วิธีที่ควรคำนึงการเลือกมใช้ถุงยางอนามัย
                ก. เลือกใช้ขนาดที่เหมาะสม                                           ข. ซองต้องไม่ชำรุดหรือฉีกขาด
                ค. ตรวจสอบดูวันผลิต วันหมดอายุ                              ง. ปล่อยให้มีฟองอากาศที่ถุงยางอนามัย
๔๔๖. ข้อใดไม่ใช่วิธีการป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อเอดส์
                ก. เปลี่ยนคู่นอนอยู่เสมอ                                                  ข. รักเดียวใจเดียว
                ค. ไม่ดื่มเหล้าและงดยาเสพติด                                       ง. ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
๔๔๗. หนทางที่ไม่สามารถติดเชื้อเอดส์ได้คือข้อใด
                ก. จูบแบบธรรมดา                                                            ข. การอยู่ในบ้านเดียวกัน
                ค. ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน                                                        ง. ใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาเดียวกัน
๔๔๘. โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง น้ำหนักลดลงอย่างมาก จนเหลือสภาพหนังหุ้มกระดูก เป็นอาการของผู้ติดเชื้อเอดส์ ระยะใด
                ก. ระยะติดเชื้อเริ่มต้น                                                      ข. ระยะเอดส์เต็มขั้น
                ค. ระยะเริ่มแสดงอาการ                                                  ง. ระยะต่อมน้ำเหลืองโต
๔๔๙. มีไข้ ผื่นตามตัว มีแผลในปาก ต่อมน้ำเหลืองโต 1 – 3 อาทิตย์ก็หายไป เป็นอาการของผู้ติดเชื้อเอดส์ ระยะใด
                ก. ระยะติดเชื้อเริ่มต้น                                                      ข. ระยะต่อมน้ำเหลืองโต
                ค. ระยะเริ่มแสดงอาการ                                                  ง. ระยะเอดส์เต็มขั้น
๔๕๐. มีอาการใดอาการหนึ่ง สงสัยว่าติดเชื้อเอดส์ ควรปรึกษาใครเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยให้แน่นอนต่อไป
                ก. นักจิตวิทยา                                                                     ข. แพทย์
                ค. ญาติ ผู้ปกครอง                                                             ง. เพื่อน
๔๖๕๑. ภายหลังมีพฤติกรรมเสี่ยง ควรเจาะเลือดตรวจเมื่อใด
                ก. 1 เดือนครึ่ง                                                                   ข. 2 เดือน
                ค. 3 เดือน                                                                          ง. 3 เดือนครึ่ง
๔๕๒. ขณะนี้ประเทศไทยกำลังมีปัญหาเรื่องเอดส์ในเด็กแรกเกิดควรปฏิบัติอย่างไร
                ก. ควรตรวจเลือดก่อนสมรส และก่อนตั้งครรภ์
                ข. ไม่ควรผูกมัดตนเอง ไม่รัก ไม่ชอบ ก็เลิกรากันไป
                ค. อยู่กันฉันสามีภรรยาก่อนแต่งงาน
                ง. ไม่ต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีการต่าง ๆ
๔๕๓. โรคเอดส์เป็นปัญหาเร่งด่วนและมีความสำคัญ อะไรบ้างที่ต้องร่วมมือร่วมใจกัน
                ก. ราชการ                                                                           ข. องค์กรเอกชน
                ค. ประชาชน                                                                      ง. ทุก ๆ คน ทุก ๆ หน่วยงาน
 
 
----------------------------------
 






Copyright © 1962 nstprachin thailand

ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ ๑๒
ที่อยู่ :  906 หมู่ที่ 12 : ตำบลดงพระราม : อำเภอเมือง
จังหวัด :ปราจีนบุรี     รหัสไปรษณีย์ :25000
โทร :  037213446 ,037213349     แฟ็กซ์ :  037213446
อีเมล : nstprachin@hotmail.com
เว็บไซต์ : www.nstprachin.com